กรุสำหรับ กันยายน, 2010

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จาก FW Mail

 

 

 

จาก FW Mail

ใบไม้…ความรัก
ความรักเหมือนใบไม้
เมื่อใบไม้ร่วง…
เราทำอย่างไรกับใบไม้ที่ร่วงไปแล้ว
เราลองกลับปรับเปลี่ยนคำถามใหม่…

ว่าเมื่อความรักหล่นร่วงลงไป
เรา “กวาด” มันด้วยอะไร


หลายคนเดินกวาดอย่างไร้สติ
มันจึงมิได้เป็นการกวาดเพื่อให้จิตใจสะอาด
หากแต่เป็นเพียงการยื้อเวลาเจ็บปวด
ด้วยการกวาดใบไม้ไปกองสุมรุมอยู่อีกฝั่งฟาก
และเมื่อลมพัดหวนกลับมา

ใบไม้ย่อมปลิวเคว้งคว้างพร้อมฝุ่นผงอีกครั้ง…


การกวาด…จึงมิใช่ “การกวาดเพื่อกอง”
แต่ต้อง “กวาดกรอง” ที่ใจให้ใสสะอาด

หลายคนมัวแต่เสียดายใบไม้ใบเดียวที่หลุดลอยไปจากชีวิต

แต่กลับไม่คิดมองใบไม้มากมายในป่าใหญ่กว้าง
เราทำให้ชีวิตเคว้งคว้าง ด้วยความอ้างว่างที่เราสร้างขึ้น เรามัวแต่กักขังชีวิต ไว้กับความคิดความหลัง
เรามัวแต่เศร้าสร้อยกับความชิงชัง
เลยไม่อาจละวางทุกความเศร้าในหัวใจ…

จะหลุดมือกี่ใบ…ไม่ใช่ปัญหา
ความรัก
ไม่ใช่การออกตามหา..หรือเสาะแสวง
ควาใรัก
ไม่ใช่การทิ่มแทง
แต่คือการแอบแฝงของสองหัวใจ
และสุดท้าย..สิ่งที่เหนือกว่าความรัก

ความรักที่เริ่มต้นจากตัวเอง
ลองเปลี่ยนมาเป็นความรัก

ความรัก
ที่มอบให้คนอื่นนอกจากตัวเรา

เราจะได้เข้าใจและรู้ว่า
ความรัก
ที่เกิดจากการให้นั้น ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดใดทั้งสิ้น
มันเป็นความรัก
ที่อยู่เหนือการได้มาและการเสียไป
มันมีแต่ความห่วงใยและปรารถนาดี
สุดท้ายแล้ว
ความรัก
คืออะไร
อาจคือใบไม้ไหวเปลี่ยนสี
อาจคือความวูบหนึ่งของสายลมพัดวี
ที่ผ่านเข้ามาให้ความชุ่มชื่นแก่ชีวิต

แต่สุดท้ายแล้ว..
วันหนึ่งมันก็ต้องปลิดปลดตัวเองลงจากขั้ว

รักมากแค่ไหนย่อมหวั่นกลัว
วันที่หมอกหมองมัวต้องห่มคลุมชีวิต

ความรัก
พ่วงพามากับความพลัดพราก
เป็นความลำบากที่ยากแก่การยอมรับ
แต่แล้วใจต้องยอมปรับ
และรับให้ได้กับความเป็นจริง
ใบไม้ใบเดียวในมือ
ทำให้เกิดหนึ่งคำถาม..
ว่าเรารัก
กันมากแค่ไหน
มองและเห็นความเป็นไป
รัก…จะอยู่เหนือความตายชั่วนิรันดร์
From fw mail

Photobucket

ยิ้ม ยิ้ม…ยิ้มแฉ่ง

 

 

อาหารเย็น

 

 

      นายพรานล่ากวางได้ตัวหนึ่ง และเอาเนื้อมาทำเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัวในเย็นวันนั้น แต่นายพรานรู้ว่าพวกลูกๆกินอาหารยากมาก หากรู้ว่าเป็นกวางคงไม่กินแน่นอน เขาจึงไม่บอกว่าเป็นเนื้ออะไร เมื่อลูกชายคนเล็กถามว่าเย็นนี้มีอะไรกิน เขาก็บอกแค่เพียงว่าเดี๋ยวก็รู้เอง

          พอเริ่มรับประทานอาหารค่ำกัน ลูกสาวก็เป็นฝ่ายถามบ้างว่า

ลูกสาว           : นี่มันเนื้ออะไร?

นายพราน        : เอาล่ะจะบอกใบ้ให้ก็ได้….เป็นเนื้ออะไรอย่างหนึ่ง ที่บางครั้งแม่ของลูกใช้เรียกพ่อน่ะ

ลูกคนที่ 1        : หมา!

ลูกคนที่ 2        : ควาย!

ลูกคนที่ 3        : เหี้ย!