กรุสำหรับ มิถุนายน, 2010

 
คลิป เซียนนักเต้น
 
 
 
 

 

 

รักไร้ตัวตน แต่มีน้ำหนัก

 

ความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน… ไม่มีเหตุผล…เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
เป็นได้ทั้งน้ำหวานที่สดชื่น..และก็เป็นยาพิษคร่าหัวใจในเวลาเดียวกัน

ทำให้เรานึกถึงตัวเองน้อยลง

 

และยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองในทุกๆด้านเพื่อให้คนที่รักพึงพอใจ

ทำให้เราคุยกับตัวเองได้ทั้งวัน…

 

ทำให้เรานึกถึงแต่คนที่รักได้ตลอดเวลา ทำให้เราเป็นคนขี้น้อยใจ และไม่มีเหตุผลในที่สุด

ทำให้เราเจ็บปวดได้ เมื่อคนที่เรารักอยู่ใกล้ๆใครก็ตาม

 

ทำให้สายตาของเราไม่สามารถละไปจากคนที่รักได้ ทำให้เราขาดความมั่นใจ…และทำให้ใครบางคนอ่อนแอ

ใครบางคนนั่งร้องไห้ เศร้าใจ…ทั้งวันอย่างไม่มีเหตุผลใดๆเลย

 

ความรัก…ทำให้ใครบางคนนั่งคิดถึง ทำให้ใครก็ตามที่มีรัก กลายเป็นตัวตลกที่หลั่งน้ำตา

จุดความหวังให้คนๆหนึ่ง และทำลายความหวังในที่สุด

ทำให้โลกที่เงียบเหงามีชีวิต ทำให้โลกที่สดชื่นกลับกลายเป็นแห้งแล้ง

 

ทำให้ใครคนนึงตาบอด… ทำให้คนคนนึงสิ้นหวังแต่รอคอย

ทำให้เราทำอะไรที่ไม่เคยทำ เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข

แม้เราจะมีความทุกข์ก็ตาม ความรักมีอนุภาพต่อใครคนนึง และอีกหลายๆคน

 

แม้คุณจะปฏิเสธคำว่ารักนี้ไปก็ตาม…

เชื่อเถอะว่าสักวันมันจะเกิดกับคุณ

เชื่อเถอะ…แม้คุณไม่อยากให้มันเกิดขึ้น…แต่มันจะเกิดขึ้นกับคุณ

 

เชื่อเถอะ… เพราะอย่างน้อย… ความรัก
ก็ทำให้คนคนนึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา

 

 

 

 

 

บทความจาก FW Mail

 

 

 

 

 

"ในทรรศนะของข้าพเจ้า"

 

เชื่อเถอะ! เพราะความรักตัวเดียวเท่านั้นเอง ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้….

 

 

 

ขวดแก้ว กับความรัก

 

หยิบขวดแก้วมาหนึ่งขวด มีคนรักหนึ่งคน
เติมน้ำในขวดแก้ว ครึ่งขวด หยิบต้นไม้ ใส่ลงไป
เติมเต็มให้กับคนรัก ดูแล ห่วงใย เอาใจใส่กันและกัน

 

นำต้นไม้ในขวดแก้วไปวางไว้ในที่ ที่ เห็นว่าสมควร
เก็บเอาคนรักไว้ในใจ ให้อิสระ ซึ่งกันและกัน

 

ต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา นานๆเติมน้ำให้หน
คนรัก ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากัน หรืออยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน
แต่ไม่ลืมว่าเรามีกันและกัน

 

ต้นไม้ในขวดแก้ว อยู่ได้ตามลำพังในขวดแก้วต้นเดียวได้ตลอดไป
คนรักต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่ตลอดไป
เมื่อถึงเวลาอันควรเมื่อใด เราจะไม่แยกจากกัน

 

ต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่มีวันตายถ้าไม่ขาดน้ำ
คนรัก ไม่มีวันพรากจากกัน
ถ้าหมั่นดูแลหัวใจของกันและกัน ที่สำคัญ คือการซื่อสัตย์ต่อคนรัก

 

ต้นไม้ในขวดแก้ว แตกสลายได้ง่าย เมื่อเผลอไปปัด
หรือวางในพื้นที่ไม่เรียบ หมิ่นเหม่
คนรัก แตกแยกจากกันได้ยาก
หากแก้ปัญหา หันหน้าเข้าหากัน
เอาเหตุผลมาคุยกัน ให้เกียรติกัน

 

ทำไมต้นไม้ในขวดแก้ว ถึงไม่ตายเมื่อมันไม่มีดิน
เพราะต้นไม้บางตันหยั่งรากได้ทั้งในน้ำ หรือใต้ดิน
ทำไมคนรักไม่หวงแหน หรือระแวงว่าอีกคนมีใครซ่อนไว้หรือเปล่า
เพราะรากฐานของคนสองคนอยู่ที่การไว้ใจ

 

ดังนั้น ตันไม้ในขวดแก้ว จึงดูแลได้ง่าย
เมื่อรู้ว่ามันเป็นพืชชนิดใด

 

แต่……คนรัก….ยากนัก หากไม่รู้จักเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา
ไม่รู้จักการให้อภัย ไม่รู้จักการไว้ไจ เราก็จะไม่มีวันรู้จัก
ความรักที่แท้จริง……

 

 

10 อันดับมนุษย์เว็บบอร์ดน่าตบ!

 

อันดับ 10. มนุษย์กระทู้

 

คือ…แบบว่า..เข้าใจนะที่สมาชิกใหม่ เมื่อพิมพ์ผิดหรือลืมอะไรบางอย่าง ก็จะโพสใหม่ทันทีเพราะไม่รู้จักกด EDIT แต่สมาชิกเก่านี่สิ มาแบบว่า กระทู้พูดถึงเรื่องนึง แต่ดันไปโพสกันคนละเรื่อง คือแบบว่าข้าอยากจะได้ยศสูงๆอ่ะ

 

 

 

อันดับที่ 9. มนุษย์ดัก View

 

อีปลวกพวกนี้ อนาคตอาจจะเป็นนักโฆษณาที่ดีก็ได้นะ (รึเปล่า?) เพราะโฆษณาชวนเชื่อมาก คนอย่างพวกเรานี่ก็นะ รู้ทั้งรู้ว่าเค้าดัก View Hi5 ก็ยั๊ง…จะคลิกเข้าไปดูหนังหน้าอีก….เอ๊อ…. คนพวกนี้จะชอบขึ้นหัวข้อกระทู้ด้วย เช่น

 

อุกิ๊วว ปู้จายหล่อมาก

 

ทอมหล่อ ๆ ส่งตรงจากทุ่งนา…”

 

คนนี้น่ารักกว่า…คนนั้น คนนู้น

 

แต่พอเปิดเข้าไปแล้วเจอปลวกแก่ๆ ทำหน้าแอ๊บแบ๊วอยู่สองสามตัว…เออ ไม่ได้ว่าอะไีรเอ็งหรอกนะที่หน้าตาไม่ดี เพราะตูก็ไม่ได้สวย แต่ดักควาย เอ๊ย! ดักคนอื่นแบบนี้จะดีหรอ และขอถามอีกครั้ง มึงจะสะสมวิวไว้ทำโล่ห์อะไรกันคะ…อยากทราบมากๆใครตอบได้จะไปขอแต่งงาน!!!

 

 

 

อันดับที่ 8. มนุษย์ดักควาย

 

คนพวกนี้จะชอบดักควาย (ซึ่ง จขบ.ขอนอนยันว่าสนุกจริงๆ 555+) ด้วยการจั่วกระทู้ล่อแหลม สุดสยิวกิ้ว อาทิ น้องแมวสุดโมเอะใส่ชุด นร.วาบหวิวถ่ายแบบ คลิก!!! อย่างนี้เป็นต้น

 

ซึ่ง จขบ.อยู่ในหมวดนี้…เพราะฉะนั้น จงข้ามมันปายย 555+

 

 

 

อันดับที่ 7. มนุษย์ด่าไม่ดูหนังหน้า

 

จะพบได้ตามเว็บบอร์ดเด็กๆ ต่างๆมากมาย ซึ่งตรงนี้ พวก ชี และ ฮี จะอาศัยอยู่ตามกระทู้โพสรูปภาพต่างๆ ซึ่งไม่ว่าใครจะหน้าตายังไง พวกชีจะมาแบบ

 

ไม่เห็นน่ารักเลย ธรรมดามากๆ

 

คนนี้นะหรอ ตัวจริงหยิ่ง บลาๆ

 

อ๊ะ โปรโมตตัวเองงั้นหรอ

 

เราสวยกว่าอีก

 

เอ้อ…ช่างแม่งเหอะ ไม่รู้จะด่ายังไง แต่อยากเอาตีนยัดปากมาก ๆ ส่วนคุณพวกที่โปรโมตตัวเอง (บางพวก) ก็นะ…โพสมันเข้าไปเหอะ ขยันโพสมันเข้าไป นานๆ เห็นทีมันตื่นเต้นน่ารัก แต่เห็นบ่อยๆ มันปวดตับนะยะ ชั้นเป็นผู้หญิงขี้เบื้่อซะด้วย ผู้ชายชั้นไม่รู้ แต่ชั้นเบื่อย่ะ!!!

 

 

 

อันดับที่ 6. มนุษย์ตามน้ำ

 

คนพวกนี้เน้นสะใจไว้ก่อน คือ จะรีบเลื่อนดูความเห็นเร็วๆก่อน แล้วก็จะรีบเห็นด้วยทันทีกับความเห็นส่วนมาก ซึ่งบางครั้งคนที่เห็นด้วยไปทางเดียวกันมากๆ ซึ่งไม่ไ่ด้ตามน้ำส้นตีนอะไรเลย จะถูกเหมารวมไปกับพวกนี้อย่างง่ายๆ ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างโมโหนะ ว่าเออ… ทำไมวะ แค่เราเห็นด้วย พอมีคนมาเห็นเหมือนเรามากๆ ดันมาว่าเราตามน้ำ พอเราไปตอบดีดี ก็หาว่าเราแก้ตัว เออ อีสัด! ตามน้ำก็ตามน้ำ มึงเป็นไรกะกูมากมั้ยเนี่ย คิดว่าคิดต่างแล้วเจ๋งหรอฟะ ความคิดใครความคิดมันเด้ มาก้าวก่ายทำอาม่าเอ็งหรอ!!! เห็นต่างได้เฟ้ย แต่ทำไมต้องดูถูกความเห็นคนอื่นด้วยวะ

 

 

 

อันดับที่ 5. มนุษย์ข้าเท่านั้นถูกที่สุด

 

คนพวกนี้จะเหมือนประเภทที่ 4 แต่ต่างตรงที่ มันเอาความคิดตัวเองเป็นหลัก ความคิดของมันคนเดียว มันไม่สนว่าใครจะตอบอะไรยังไง และใครมาว่าความเห็นของมันไม่ได้ แต่มันสามารถด่า และดูถูกคนอื่นได้ พอคนอื่นดูถูกกลับมันไม่ยอม อีพวกนี้มันสมควรสิ้นซากไปซะ พอเริ่มเถียงไม่ชนะ มันจะเริ่มลากเราเข้าไปในสวนสัตว์ ไปเที่ยวชมสิงสาราสัตว์แล้วตั้งชื่อเราตามใจมัน…เอ่อ….ขอบใจนะ อีเฟี่ย!!! ไปแอบตายไป๊!

 

 

 

อันดับที่ 4. มนุษย์ที่ 1. และที่ 2.

 

พี่น้องคะ….ตูตั้งกระทู้ขึ้นมา จะให้เอ็งคอมเม้นท์ ว่าเอ็งอ่านแล้วรู้สึกยังไง ไม่ได้ให้เอ็งมาแข่งเอาที่ 1 ที่ 2 กรี๊ดดดดดดดดดด เล่นอะไรกันอยู่คะ แล้วไอ้ที่ตามมาข้างล่างนั่นมันอะไร ว๊าย คห .2 พลาดๆๆๆๆ แล้ว มีคนได้ที่ 1 ไปแล้ว….ตีนเหอะ เมื่อไรตูจะได้ความเห็นที่ตูต้องการรรรรร!!!

 

 

 

อันดับที่ 3. มนุษย์ Emoticon

 

มาแต่อีโมค่ะ…ไม่ต้องอธิบายเนาะ มาตัวเดียวยังพอโอเค เพราะคิดว่าไม่รู้ว่าจะเม้นท์อะไร ให้ความรู้สึกมา อันนี้ชอบ แต่อีที่มาเป็นพรวนครบทุกตัวนี่..ตกลง มึงรู้สึกอย่างไรกับชีวิตตัวเองคะ ตอบกูหน่อย…

 

 

 

อันดับที่ 2. มนุษย์โฆษณา LV.2

 

ไม่ว่ากระทู้นั้นจะเกิด อะไรขึ้นก็ตามแต่ เขาจะมาแนวนี้ค่ะ

 

อ๊ะ…ฝากนิยายด้วยนะคะที่ ………… เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงสวยคนนึงที่ชอบขี่ควายเล่นในทุ่งหญ้าสะวันน่านะคะ แล้วเธอก็ไปพบกระเทยหนุ่มรูปงาม จึงตกหลุมรัก เลยพยายามที่จะทำให้กระเทยกลับกลายมาเป็นชายทั้งแท่ง อย่าลืมมาอ่านกันนะคะที่….

 

แล้วเราก็จะพบข้อความแบบนี้ไปทุกกระทู้ ทุกที่….อืม Spam ถือกำเนิดมาจากอีพวกนี้แน่ๆ หรือไม่ก็ อีพวกนี้นี่แหละ ติดเชื้อแสปมมา!!!

 

 

 

อันดับที่ 1. มนุษย์แอ๊บแบ๊ว หรือมนุษย์วิบัติ

 

เรียกง่ายๆ ว่าเข้ามาทีไรจะเจออีกิ๊กด่าไอ้พวกนี้ทุกที

 

มัลเปงอะรัยกัลคร๊ะ ถึงพิมเดๆม่ะดั้ยอ่ะ พิมเดๆ ถุกๆแร้นมัลจะตัยหราาาาา

(มันเป็นอะไรคะ ถึงพิมพ์ดีดีไม่ได้อ่ะ พิมพ์ดีๆ ถูกๆแล้วมันจะตายรึไง…)

 

คืออันนี้นะ เราต้องแยกแยะให้ออกกับ "สื่ออารมณ์" กับ "ภาษาวับัติ" ไม่รู้จะด่าอะไรยังไง…แต่ เลิกปัญญาอ่อนกันซักทีเหอะ…อ่านแล้วต้องแปลไทยเป็นไทยอ่ะ คือหลายคนชอบเอามาอ้างไงว่า เนี่ย! พิมพ์แบบนี้อ่ะ สื่ออารมณ์นะ เป็นเสียงที่ใช้พูดจริงๆนะ โอเคอันนั้นพอว่า แต่คงไม่มีอีปลวกที่ไหนหรอกนะคะที่พูดว่า

 

"มามิ้มให้แย้วน๊ะค๊ะ มามิ้มให้มั่งเนะ หมุ่มๆอะรัยอะยัง งุงิ คุคิ งิงุ" หรอกชิมิ….

 

 

 

 

ปล. อ่านแล้วขำๆน่ะคะ อย่าเครียดกันเนอะ!!

 

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

อ่านแล้วขำอ่ะ แต่อ่านข้อ 1. แล้วเครียดว่ะ มึน กะภาษาแอ๊บแบ๊ว อิ๊บอ๋าย!

 

 
นางแบบจำเป็น
 
 
"ในทรรศนะของข้าพเจ้า"
 
วันนี้ได้เป็นนางแบบจำเป็น ไม่มีเซ็กซี่ แต่เน้นความห้าว และแนว 555 ไม่รู้แนวไหนว่ะ!
 
(เอาตัวเองมาประจานอีกแล้วครับท่าน!!!)
 

หลักดีๆของคนเป็นแฟนกัน

 

  1. จริงใจ แต่ไม่จริงจัง ก็คือในตอนแรกเรามีความจริงใจต่อกันซื่อสัตย์ต่อกันแต่เราไม่คิดจริงจังในการมีชีวิตคู่เพราะ เราถือว่าอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน

 

  1. พูดคุยกันทุกเรื่อง เราสองคนจะคุยกันตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เมื่อฝ่ายหนึ่งมีปัญหาอีกฝ่ายจะเข้ามาคุยรับฟังและช่วยแก้ปัญหาเท่าที่จะทำได้ เวลาอีกฝ่ายมีความสุขเราจะถ่ายทอดความสุขให้อีกฝ่ายรับรู้ การได้พูดคุยกันทำให้คนสองคนมีความเข้าใจกันมากขึ้น

 

  1. การเชื่อใจ และไว้ใจกัน คนเราอยู่ห่างกัน ย่อมมีความกลัวความหวาดระแวงอยู่บ้าง แต่เราต้องทำใจให้เชื่อใจอีกฝ่ายให้ได้ และต้องทำตัวเองให้เข้าไว้ใจได้ด้วย ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องคิดว่าเราทำแล้วเขาไม่ทำ ถ้าเราทำดีซะอย่างซักวันเขาต้องได้เห็นดีของเรา

 

  1. รู้จักปรับตัวเข้าหากันคนละครึ่งทาง การเปิดใจให้กว้าง ยอมรับในความเป็นตัวเขา และให้เขารับในความเป็นตัวเรา

 

  1. ทำตัวให้รู้จักกาลเทศะ คือการที่เราต้องรู้ว่าอะไรควรทำอะไร ควรพูดตอนไหน อย่างเช่นเรารู้ว่าเขาไม่ชอบอะไร แล้วยังพูดยังทำ มันเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกันได้ ถึงแม้ในขณะนั้นเขาบอกไม่เป็นไร แต่จำไว้ว่าคนเราความอดทนมีจำกัดในตอนแรกได้แต่หลังๆจะไม่ได้ เราต้องรู้ว่าอะไรเล่นได้ อะไรทำได้ อะไรพูดได้ แต่ถ้าทำไปแล้วไม่รู้ ก็ควรบอก ขอโทษ

 

  1. ควรพูดให้ติดปากคำเหล่านี้ ขอโทษ ขอบคุณ ให้อภัย พูดขอโทษเมื่อเรารู้ว่าผิด พูดขอบคุณเมื่อเขาทำอะไรให้เรา พูดให้อภัยในสิ่งที่เขาผิด คำพูดเหล่านี้แหละเป็นคำพูดที่เชื่อมเราทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่

 

  1. รู้จักระงับอารมณ์ ทั้งความโมโห และความขำขัน เมื่อโมโหต้องรู้จักนิ่ง และคิดในสิ่งที่เกิดอย่าใช่อารมณ์ตัดสิน และใช้หลักข้อ 2 เข้ามาใช้ เรื่องตลก ควรหัวเราะแต่พอดี ถ้ามากไปมันก็ไม่ดีเขาอาจว่าเราบ้าได้

 

  1. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การคุยกันเล่าเรื่องต่างๆของกันและกันให้อีกฝ่ายรับรู้ ทำให้เขาและเราต่างรู้จักกันดี และสามารถรู้ความเป็นมาเป็นไปของกันและกันได้ดีอีกด้วย

 

  1. อย่าโกหก ทุกเรื่อง ถ้าเราทำผิดไปให้บอกเขาตรงๆถ้ายังรักเขาอยู่ การโกหกไม่ใช่สิ่งดี หันหน้าบอกกับเขาอย่างเปิดเผย และถ้าเราคิดว่าเราจะไม่ทำอีก ต้องบอกให้เขาเชื่อใจและต้องทำให้เขาไว้ใจให้ได้ และอย่ามีซ้ำสองอีก เพราะโอกาสมีสำหรับคนที่พลาดไม่ใช่คนชอบแก้ตัว

 

  1. เป็นทุกอย่างให้กันและกัน การที่เราเป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องหวานชื่นเสมอ เราต้องสามารถเป็๋นเพื่อนเขาได้ เป็นพี่ เป็นน้อง หรือแม้แต่เป็นพ่อแม่เขาก็ต้องเป็น ไม่ได้หมายถึงทำตัวเป็นพ่อแม่ไปบับคับเขา แต่รู้จักเป็นพ่อแม่ที่คอยดูแลทุกข์สุขลูก รับฟังปัญหาลูกได้ทุกเรื่อง เพราะเชื่อว่าบางคนไม่สามารถคุยกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง ฉะนั้นเรานี่แหละในฐานะแฟนต้องช่วยเขา

46 เรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ชอบทำ

 

1. โทร.หาแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว

2. กินข้าวมื้อเย็นตอน 4 ทุ่ม. แล้วบ่นว่าอ้วน

3. บีบสิว

4. หลับทั้งชุดทำงานซะงั้นน่ะ

5. ขับรถฝ่าไฟแดง… ก็แหม มันติดพัน

6. รักคนมีเจ้าของ… เฮ้อ มันก็ต้องมีกันบ้าง

7. สูบบุหรี่

8. ไม่แปรงฟัน และไม่อาบน้ำก่อนเข้านอน

9. รับโทรศัพท์ในโรงหนัง… ใครยังทำอยู่เลิกซะ

10. โทร.หา(ผู้ชาย)อีกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณโทร.หาคนที่อยากคุยด้วยไม่ได้

 

11. เมา… เพื่อลืมคนรัก

12. เถียงแม่หรือพ่อ… ยังไงซะผู้ใหญ่ก็ถูกเสมอ แต่ก็ขอหน่อยเถอะ

13. แอบส่งสายตาให้แฟนเพื่อน ก็บางทีของๆ เพื่อนหล่อจนระงับใจไม่ได้

14. ใส่รองเท้าที่เล็กกว่าเท้า 1 เบอร์ ถึงเจ็บก็ยอม ขอให้สวย

15. พยายามปัดมาสคาร่าให้ตาเด้งกลบเกลื่อนหลังถูกเขาบอกเลิก ร้องออกมาเถอะน่า

16. แคะขี้มูกในที่สาธารณะ

17. ปล่อยให้ยาทาเล็บถลอกคานิ้ว โดยไม่คิดล้างออก

18. ขอยืมเงินแม่ แต่ไม่มีกำหนดคืน

19. ขาใหญ่ แต่อยากใส่สั้น…

20. ยังคงใช้ครีมบำรุงผิวที่หมดอายุไปแล้ว เพราะเสียดาย… ระวังหน้าพังน๊า…

 

21. เกาๆๆๆ เวลายุงกัด และบางทีก็เหวี่ยงไม้ตียุงอย่างเมามัน ถึงจะบาปยังไงก็เถอะ

22. แอบเอาเสื้อตัวใหม่ที่พี่สาวซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใส่ มาใส่ก่อน

23. บอกว่าเปล่า” ทั้งที่ในใจมีอะไรจะระเบิดเต็มที่

24. กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งแช่มันอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมลุกไปทำอะไรสักที

25. ใส่กางเกงยีนส์ซ้ำ 4 วันติดๆ กัน

26. โทร.บอกเลิกนัดตอนถึงเวลานัด

27. เม้าท์เพื่อน

28. โทร.ผัดผ่อนชำระบัตรเครดิต ตอนเลยกำหนดไปแล้วหลายวัน (มันไม่ช่วยไรนะ)

29. จอดรถในที่ห้ามจอด… ระวังละกัน

30. หน้าอกไม่มี แล้วใส่เสื้อในเสริมไร้สายทับด้วยสายเดี่ยวรัดรูป (หน้าอกเป็นกระเปาะเลย)

 

31. ทิ้งแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วใช้ต่อโดยไม่ล้างในวันถัดไป
32. คุยโทรศัพท์ระหว่างนั่งถ่ายท้องในห้องน้ำสาธารณะ

33. กลั้นอึตอนออกจากบ้าน อ้างว่าขี้เกียจ แล้วต้องมาอดทนทีหลัง

34. กินหนังไก่ทอด คอหมูย่าง เนื้อติดมัน กากหมู แหนมสด มาม่าแห้ง

35. เอาลิ้นดุนๆ เศษอาหารที่ติดฟันในเดทแรก.. มันทนไม่ได้จริงๆ

36. “ลดอีกบาทน่ะเฮีย…” บาทนึงก็ยังขอต่อหน่อยเถอะ

37. รู้มานานว่าเราเท้าบาน แต่ยังใส่รองเท้าเปลือย

38. ทำเป็นหลับบนรถเมล์ เวลามีเด็กนักเรียนขึ้นมา

39. เถียงกับตำรวจจราจรกลางถนน.. เฮ้อ เถียงไงก็ต้องจ่าย จะมากจะน้อยก็จ่าย

40. แอบดึงกางเกงในออกจากร่องก้นในที่สาธารณะ

 

41. ออกเดทกับคนที่คุณไม่ชอบ เพราะหวังว่าจะชอบเขาขึ้นมาสักวัน

42. ซื้อไว้ก่อน ก็มัน SALE นี่นา

43. ไม่มีตังค์… ก็รูดบัตรเครดิตไปก่อน

44. โกนขนรักแร้… รู้กันอยู่ว่าเวลามันขึ้นใหม่จะเป็นตอ

45. โทร.หาคนที่แอบปิ๊ง… เวลาเมา

46. ตื่นสาย… ไปทำงานสาย… เข้าประชุมสาย!!

 

 

โดนไปหลายข้อเรยยยอ่า

 

ถุงยางป้องกันผู้หญิงถูกข่มขืน

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ว่า  แพทย์หญิง ซอนเน็ต เอห์เล่อร์ แห่งแอฟริกาใต้ ประสบความสำเร็จในการผลิตถุงยางสำหรับผู้หญิงที่สามารถใช้ป้องกันผู้ชายข่มขืนผู้หญิง มีลักษณะติดแผงเขี้ยวแนวตะขอที่สามารถทำร้ายอวัยวะเพศผู้ชายได้ หรือ "Rape x" ภายหลังเกิดไอเดียพัฒนาเมื่อปี 2005 และขณะนี้ได้มีการจำหน่ายให้แก่ผู้หญิงแอฟริกาใต้ ในช่วงเทศกาลมหกรรมฟุตบอลโลกด้วย

 

รายงานระบุว่า แพทย์หญิงซอนเน็ต ซึ่งลงทุนขายบ้านและรถยนต์ เพื่อหาเงินมาพัฒนาถุงยางทำร้ายจ้าวโลก เปิดเผยว่า ถุงยางดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันผู้ชายข่มขืนผู้หญิง โดยหากผู้ชายรายใดข่มขืนผู้หญิงที่สวมถุงยางดังกล่าวแล้ว ก็จะต้องเจ็บจ้าวโลก ไม่มีสามารถปัสสาวะ หรือเดินไปไหนได้ และจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ชายรายนั้นได้ทันที และว่าการผลิตถุงยางดังกล่าวของเธอ ได้รับคำปรึกษาแนะนำจากแพทย์นักจิตวิทยาแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ได้มองต่างมุมชี้ว่า ถุงยางดังกล่าวไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว และจะทำให้ผู้หญิงยังคงรู้สึกเจ็บปวดกับการเผชิญภัยถูกข่มขืนอยู่ดี

 

อนึ่ง สำหรับการผลิตถุงยางดังกล่าว คล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง "The teeth" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กสาวที่มีอวัยวะเพศมีเขี้ยว สามารถป้องกันภัยผู้ชายลวนลามทางเพศได้ แต่จะไม่ทำร้ายสำหรับผู้ชายที่เธอรัก และมีนัยยะคล้ายการต่อต้านการถูกคุกคามทางเพศ

 

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

สงสัยจังไอ้ถุงยางที่ว่าเนี่ย มีไว้ให้ผู้หญิงใส่ หรือให้ผู้ชายใส่กันแน่หว่า ?

ถ้าให้ผู้หญิงใส่ แล้วจะใส่มันยังไง? ยัดมันเข้าไปในของเราเหรอ ? งง ว่ะ

แล้วตอนที่คนร้ายมันกำลังหน้ามืดจะข่มขืนเราเนี่ย

มันจะสละเวลามาเจรจา และยอมใส่ถุงยางให้เรามั้ยฮึ !!!???

 

 

เทคโนโลยี สมัยนี้อันตรายจริง ๆ ลงไปรูปเดียว แต่ผลที่ได้รับ มันมากมายมหาศาลยิ่งนัก ใครผู้ไหนคิดจะเล่น hi5 คิดดูให้ดีก่อนนะคะ ว่าผลดีกับผลเสียอันไหนมันมากกว่ากัน ไม่งั้นคุณจะเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพที่ชอบขโมยรูปภาพท่านไปทำมิดีมิร้าย ค่ะ

ถ้าคุณโพสรูปแบบนี้ลงไป

 

คุณอาจกลายเป็นแบทแมน

 

หรืออาจได้เล่นหนัง….

 

อาจได้เป็นทหาร

 

เป็นฮีโร่

 

เป็น Shrek 3

 

เป็นผู้ร้าย

 

เป็นสาวๆ

 

เป็นนักเตะระดับโลก

 

เป็นเพื่อนเล่นกับประธานาธิบดีไป….

 

และสุดท้ายเป็น……..อะไรที่น่าอนาจใจยิ่งนัก

 

เรื่องน่ารู้ หญิงๆ ชายๆ คิคิ~

 

เรื่องน่ารู้ ของผู้ชาย ที่มีต่อ ผู้หญิง…(ของเขา)

มีอะไรบ้างที่ผู้ชายไม่อยากเจอะเจอในชีวิตเกี่ยวกับผู้หญิงของเขา…ผู้หญิงรู้ไว้ก็ดี เป็นการป้องกันไม่ให้เขาหมางเมินไปจากเรา ลองดูซิว่าสิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบมีอะไรบ้าง

 

 

ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงแบบไหน

 

  1. ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาออกคำสั่ง (ก็มันรู้สึกเสียเกียรติ และเสียหน้า)
  2. ไม่ชอบผู้หญิงขี้บ่น จู้จี้จุกจิก (ก็มันน่ารำคาญ จะเป็นแฟน หรือเป็นแม่เรา)
  3. ไม่ชอบให้ชายอื่นมาชำเลืองมอง หรือพูดคุยกับผู้หญิงของเขา (หึงนี่ ช่วยไม่ได้เพราะรักหรอก)
  4. ไม่ชอบให้ผู้หญิงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนเกินเหตุ (ให้เหลือไว้ให้เขาใช้บ้างนะ ถือว่าเมตตาเถอะ)
  5. ไม่ชอบให้ผู้หญิงตบตีกัน (ก็กลัวตอนเข้าไปห้ามจะเจอลูกหลง)
  6. ไม่ชอบให้ผู้หญิงมายุ่งเรื่องของเขามากเกินขอบเขต (เขาก็อยากมีความลับบ้าง รู้หมดมันก็ไม่ลับนะสิ)
  7. ไม่ชอบผู้หญิงใช้อารมณ์ (มันดูน่าเกลียด ไม่อยากให้เธอเป็นนางยักษ์)
  8. ไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้ามากจนเกินไป (เดี๋ยวหน้าหนาจัด)
  9. ไม่ชอบผู้หญิงที่รู้ทันมากเกินไป (เดี๋ยวเขากระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้)
  10. ไม่ชอบที่ต้องตามง้อผู้หญิงมากจนเซ็ง (โตๆกันแล้ว อย่างอนให้มากเลยนะ)

 

 

 

แล้วผู้หญิงแบบไหนล่ะที่ผู้ชายชอบ

 

  1. ชอบผู้หญิงที่ให้เกียรติตน โดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น (รู้สึกได้หน้าที่ผู้หญิงอยู่ในการควบคุม)
  2. ชอบผู้หญิงพูดจาหวานๆ ไพเราะ ยิ้มหวาน (รู้สึกเหมือนมีคนกำลังให้บริการ)
  3. ชอบผู้หญิงที่สดชื่น สดใส ร่าเริง มีอารมณ์ขันบ้าง (รู้สึกหายเครียดที่โดนเจ้านายว่ามา)
  4. ชอบผู้หญิงเอาอกเอาใจเก่งในทุกเรื่อง (เขาจะได้รู้สึกเหมือนอาเสี่ยไง)
  5. ชอบผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจ อบอุ่น อยากอยู่ใกล้ๆ (เป็นสิ่งที่เขาโหยหาตลอดเวลาแต่ไม่กล้าเปิดเผย)
  6. ชอบผู้หญิงแกล้งโง่ แต่เก่ง มีความรู้ ความสามารถ (เขาจะได้รู้สึกมีความภูมิใจเหลืออยู่บ้างไง)
  7. ชอบผู้หญิงงอนนิดๆ (เขาจะได้ง้อได้ไง แต่อย่าให้ง้อบ่อยจนเขาเบื่อล่ะ)
  8. ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวดูเรียบร้อย แต่แฝงด้วยความเซ็กซี่ มีเสน่ห์ และโรแมนติก (เพื่อนและคนใกล้ชิดได้อิจฉาไง)
  9. ชอบผู้หญิงออเซาะเก่ง (คิดว่าเขาเป็นรัฐมนตรีต้องออเซาะโครงการ ถึงจะได้รับการอนุมัติ)
  10. ชอบผู้หญิงไฟแรงสูง…

 

 

 

คำแนะนำเฉพาะผู้หญิง (แต่ผู้ชายก็ควรรู้ไว้)

 

  1. ถ้าคุณคิดจะมัดใจชาย ด้วยเสน่ห์ปลายจวักเพียงอย่างเดียว คุณคิดผิดถนัด
  2. อย่าไว้ใจผู้ชายที่ชอบคุยโอ้อวดว่า เขาเป็นใหญ่ในครอบครัว ถ้าเขาโกหกเรื่องนี้ได้ เรื่องอื่นก็ไม่น่าไว้วางใจ
  3. ถ้าคุณอยากคบผู้ชายที่รู้จักเอาใจ จงหาแฟนไม่หล่อพวกนี้มีความพยายามสูง
  4. หัวใจผู้ชายส่วนใหญ่ เหมือนห้องขังในเรือนจำ ต่อให้มีสักกี่ห้องก็ไม่พอใส่นักโทษ
  5. ได้แฟนเด็ก หรือแก่ก็เหมือนกัน เพราะพวกผู้ชายไม่ค่อยรู้จักโต
  6. ระวังผู้ชายที่มีข้ออ้างทาลิปมันกับรองพื้นทุกครั้ง และใช้เวลาแต่งตัว แต่งหน้านานกว่าคุณ
  7. งานบ้านที่ไม่เคยสำเร็จ คือ งานที่แม่บ้านออกปากให้สามีช่วย
  8. หากคบกันไปนานๆคุณจะพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่นิสัยเหมือนกัน ต่างกันก็เพียงใบหน้าแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณจำแฟนคุณได้
  9. ผู้ชายมีนิสัยคล้ายแมว ชอบตักที่อบอุ่น รื้อข้าวของกระจุยกระจาย ดื้อเงียบ และบางครั้งก็ย่องเข้ามาในห้องนอนตอนดึกๆ
  10. เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพบชายในอุดมคติ เข้ากันได้ ให้เกียรติผู้หญิง มีทุกอย่างพร้อมสำหรับร่วมชีวิตคู่ คุณจะพบว่าเขามีภรรยาแล้ว
  11. ผู้ชายเกลียดคำสองคำ "อย่า" และ "หยุด" แต่พอใจเมื่อนำมาใช้ร่วมกัน
  12. สามีก็เหมือนเด็กทารก จะดูน่ารักเป็นพิเศษถ้าไม่ใช่ลูกของเรา
  13. การทำหน้าไร้เดียงสา ใช้ได้ผลเฉพาะก่อนแต่งงาน

 

9 ประโยค ของผู้หญิงที่ผู้ชายควรรู้

 

1. ดี, โอเค : คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียง ตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ

 

2. ห้านาทีนะ : ถ้าหล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือ ห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไป ช่วยเธอทำงานบ้าน

 

3. ไม่มีไร : นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า มีอะไรแน่ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย ไม่มีไรมักจะไปจบลงที่ดี, โอเค

 

4. ก็เอาดิ, เอาเลย : นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!

 

5. ทำเสียง ชิ, ฮึ, จิ๊ ฯลฯ ออกมาดังๆ : มัน มีความหมายแน่นอน แต่อวจนภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่า คุณแม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่องไม่มีไร แบบนี้ทำไม (กลับไปดูไม่มีไรที่ข้อ 3)

 

6. ไม่เป็นไร : นี่คือสถานะอันตรายสุดๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้วไม่เป็นไรแปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนาน และอย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้

 

7. ขอบคุณ : ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดีๆ (แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่าขอบคุณมากอันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ เออ…เอาเหอะ”)

 

8. เออ…เอาเหอะ : เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า บ้า!

 

9. อย่าห่วงเลย, อืม…เข้าใจละ : อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่า นี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า เป็นไรอะแล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.

 
เต้นเอ็กซ์ ๆ แบบนี้ ใครๆ ก็ชอบ
 
 

100 ข้อ…ที่ทำให้ผู้หญิงหมดราคา

 

 

 

  1. หยิ่ง
  2. จองหอง
  3. ผยอง
  4. อวดรวย
  5. ไฮโซในความจน
  6. ปากจัด
  7. โหวกเหวก ตะโกนโวยวาย
  8. เรื่องมาก
  9. มากเรื่อง
  10. หึงมาเนียลิซึ่ม

 

  1. เบี่อง่าย
  2. โกรธง่าย
  3. หายยาก
  4. อวดสวย
  5. ซกมก
  6. ทำตัวหรู แ ด ก ส้มตำ ไก่ย่างไม่เป็น
  7. บ้าแบรนด์ ปู่กรู ผลิต ร๊อกซี่ ยายกรู ทำหลุยส์
  8. เลือกกิน
  9. กระแดะ
  10. ใช้เวลาในการแต่งตัว กว่า ครึ่งหนึ่งของชีวิต

 

  1. แรดเลเซอร์ สัตว์สงวนชนิดหนึ่ง ตามแหล่งวัยรุ่น
  2. โหก
  3. หลอกลวง
  4. กรูเป็นคนเลว เมิงอ่ะดีเกินไป กรูชอบคนชั่ว
  5. เหตุผล ข้างๆคูๆ
  6. สายเดี่ยว ส้นตึก เที่ยวดึก ตอแหล
  7. ชู้เยอะ
  8. เจ้าแม่สับราง
  9. วิชา โบ๊ะ หน้า วอก
  10. สรรพนาม สุดหรู ว่า กรู กับ เมิง กลางห้างดัง

 

  1. งี่เง่า
  2. บ้าผู้ชาย
  3. วิชา น้ำยาอุทัย ปราบมาร จนแก้มแดงเหมือนโดนตบ
  4. กูนี่แหละใหญ่
  5. ผู้ชายมีเงิน เท่านั้น
  6. บ้าเซ็กซ์
  7. ขายตัว
  8. ดูหนังในโรงภาพยนตร์ แล้ว โทรศัพท์
  9. ทะเลาะ กับคนในโรงหนังเพราะ ตัวเองโทรศัพท์
  10. ตบกับคนในโรงหนัง เพราะ ตัวเองโทรศัพท์

 

  1. ถ้าผู้ชายหล่อ มี 1 แสนคน กรูจะขอเบอร์ 99,999 คน
  2. ถ้าเมิงขอหมดเลย กรูว่า เมิงอย่าเป็นเลยผู้หญิง
  3. หน้าด้าน
  4. ไร้ยางอาย
  5. ตบแย่งผัว
  6. ต่อยพ่อ เตะแม่
  7. ด่าบุพการี
  8. ยอมเสียตัว เพราะกรูได้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ผัว
  9. เมื่อยามเป็นนักเรียนมัธยม กรูชอบดึงถุงเท้าขึ้นสูงๆ (สงสัยจะไปเตะบอล)
  10. หมดเงินไปกับผู้ชาย

 

  1. หมดเงิน ไปกับ เครื่องสำอาง
  2. จากข้อ 51 ถ้าสวยเพื่อแฟน กรูจะไม่ว่า แต่ถ้าสวยเพื่อล่อผู้ชาย อีกเรื่องนึง
  3. กินเหล้าแล้วเหมือน หมา
  4. กินเหล้า แล้ว อ้วกแตกใส่เพื่อน
  5. มองผู้ชายทุกคนที่ผ่านหน้ากรู
  6. ตบกับผู้หญิงทุกคน ที่จีบผู้ชายที่กรูแอบชอบ
  7. หลอกลวงผู้ชาย 10 คนได้เวลาเดียวกัน
  8. ร้องเพลงอย่างคิดว่า เสียงกรูผู้ชนะการประกวดเดอะสตาร์
  9. โชว์พาว
  10. ชอบมีเรื่อง

 

  1. มีเรื่องทีไร ให้ ผั ว เคลียร์ อ้าว อิ เ ห รี้ ย หน้าตัวผู้
  2. จะจีบกรู มีรถหรือเปล่า
  3. รถ ญี่ปุ่นหรอ กรูไม่นั่ง
  4. มีเงินเลี้ยงกู เดือนละ 2 หมื่นมั้ย?
  5. คุยโทรศัพท์ เสียงดังเกิน 150 เดซิเบล
  6. งอนจนกว่า ทศกัณฐ์ จะชนะพระราม
  7. เผาแฟน ตัวเองให้เพื่อนฟัง
  8. บอกเลิก ปี ละ 3 ร้อยกว่าคน
  9. 15 กูก็แม่คน
  10. ด่ารถทุกคัน ที่ขับมาดีๆ แล้วตัวเองปาดหน้าเขา

 

  1. แปรงฟัน 2 อาทิตย์/ครั้ง
  2. คลั่งดารา จนเลิกกับแฟน
  3. ชาติที่แล้ว กูคือนกหงส์หยก กรี๊ด ได้วันละ 250 ครั้ง
  4. บ้าหวย
  5. แทงบอลหมดตูด
  6. ชอบบังคับแฟนตัวเอง ให้ทำตามดาราที่ตัวเองชอบ
  7. เปลี่ยนมือถือทุกเดือน ทุกรุ่นที่มีในประเทศ
  8. ใส่ส้นตึก มากกว่า 5 นิ้ว
  9. "2000 มั้ยพี่"
  10. ต่อราคาของ จนแม่ค้าอยากเอาตีนลูบหน้า

 

  1. เลือกโรงเรียนที่จะเรียนต่อ เพราะชุดนักเรียน
  2. โง่
  3. จากข้อ 82 สวยไปก็เท่านั้น
  4. ขี้อิจฉา
  5. ขี้นินทา
  6. เสือก
  7. ชีวิตชาวบ้าน คือ สตอรี่ ที่ต้องผ่านหูกรู
  8. ขี้เมาท์
  9. ขี้หงุดหงิด
  10. ชอบเหยียดหยามเพศพ่อ

 

  1. อนาคตกรูจะเป็นดีไซน์เนอร์ จนต้องดีไซน์ชุดนักเรียนให้ผิดระเบียบ ตั้งแต่หัวจรดเท้า
  2. ลืมพ่อ ลืมแม่ ลืมบุญคุณ
  3. ถ่ายนู้ดเพื่อเงิน แล้วก็บอกว่า "เพื่อ ศิลปะ"
  4. ชีวิตคือความ เว่อร์
  5. ร่าน
  6. พูดไทยคำ อังกฤษคำ และก็ออกเสียงผิด
  7. ด่าผู้อื่นไปทั่ว ยกเว้นตัวกรูเองที่ประเสิรฐศรี
  8. มองผู้ชายเป็นเครื่องมือ
  9. ไร้สาระต่อชีวิตของตัวเอง และคนรอบข้างเป็นที่สุด

100. ผู้หญิงนั้นลืมยาก…..แต่ ผู้ชาย นั้นลืมไม่ได้ว่ะ 

 

 

 

เอิ่ม…มันเยอะขนาดนี้ ต้องมีสักข้อที่โด๊นโดนเรา จริงมั้ย? ใครจะดีได้ทุกข้อ… มีมั้ย มีม๊าย (แต่ งดเรื่องพวกนี้เยอะๆ ก็ดีกับตัวเราอยู่แล้ว) และทั้งหมดนี้ ไม่ว่าหญิง หรือ ชาย ก็ไม่ควรทำนะจ๊ะ

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

ข้อมูลจาก FW Mail โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

(กรูโดนไป 10 ข้อ อุ๊ย! หมดราคาเรย…แมร่งพูดไม่เพราะ)

 

 

16 นิสัยไม่ไหวจะเคลียร์

 

 

1. ใจร้อนเป็นไฟ วีนได้ไม่เว้นวันหยุดราชการ

นิสัยแบบ ไม่ไหวจะเคลียร์ข้อแรก คือนิสัยใจร้อนเป็นไฟ ขี้วีนแบบสุดขีด ประมาณว่าเจออะไรไม่ถูกใจเข้าหน่อย ก็แผลงฤทธิ์โวยวายจะเอาเรื่องให้ได้ นิสัยอย่างนี้นอกจากจะหาเรื่องเจ็บตัวง่ายๆแล้ว ยังสร้างศัตรูแถมเพื่อนๆ อาจพากันหายหน้าเพราะเซ็งกับการมีเพื่อนขี้วีน จนต้องนั่งสะกดคำว่า เหงาอยู่คนเดียว

 

 

2. เอาแต่ใจตัวเองจนชาวบ้านเซ็ง

แม้ว่าเราจะถูกเลี้ยงดูแบบสปอยสุดขีดขนาดไหน แต่ถ้าติดนิสัยเอาแต่ใจแล้วเอาไปใช้กับเพื่อน รับรองได้เลยว่า เพื่อนต้องพากันจนลี้หนีหน้าไปหมดแน่ ๆ เพราะคนที่เอาแต่ใจเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆ หัดเอาใจคนอื่นให้มากขึ้น แล้วจะพบว่าตัวเองน่ารักได้อีก!

 

 

3. แล้งน้ำใจตลอด ขอแค่ฉันเอาตัวรอดเป็นพอ

ไม่ว่ายังไงน้ำใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราแล้งน้ำใจ เพื่อนขอให้ช่วยอะไรก็ไม่ช่วย หรือบางทีอะไรเล็กๆ น้อยๆที่แบ่งปันให้คนอื่นได้ก็หวงไว้ทำหอกอะไรไม่รู้ รู้แต่ไม่ชอบแบ่งปันใคร เป็นคนประเภทที่ไม่น่าเข้าใกล้อันดับต้นๆเลยล่ะ

 

 

4. งี่เง่า ไร้เหตุผล จนผู้คนรอบข้างปวดกบาล

ประเภทที่งี่เง่า ไม่เคยฟังเหตุผลอะไร คิดแต่อยากได้ยังไงก็ต้องได้ ย้ำเลยว่าถ้าไม่แก้นิสัยนี้ ผู้คนจรลีออกไปจากชีวิตชัวร์ ไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่ไม่มีเหตุผลหรอกนะ พยายามใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ให้มากๆ แล้วทุกอย่างจะเวิร์ก

 

 

5. ในโลกนี้ไม่มีใครดีเท่าตัวฉัน เลยดูถูกคนอื่นซะงั้น

ประเภทที่ชอบดูถูกคนอื่นไปซะหมด มองคนอื่นว่าด้อย ไม่เก่ง ไม่สวยไม่หล่อ สู้เราไม่ได้ ไม่อยากอยู่ใกล้เพราะขยะแขยง ขอบอกไว้เลยว่า ตัวเองนั่นแหละที่น่าขยะแขยงในสายตาคนทั้งโลก เพราะพฤติกรรมแบบนี้ มันบ่งบอกว่าจิตใจอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าน้ำทะเลซะอีก

 

 

6. หนังสือสอบเป็นยังไงไม่เคยเห็น เข้าห้องสอบแปลงกายเป็นยีราฟคอยาว

ประเภทที่ชอบเอาเปรียบเพื่อน ไม่ยอมอ่านหนังสือสอบ สักแต่ว่าจะลอกอย่างเดียว ขอบอกได้เลยว่าไม่เวิร์ก ทั้งในเรื่องสมอง และมิตรภาพ เพราะเพื่อนๆจะเริ่มเอือมระอาในความเห็นแก่ตัวของเราน่ะสิ ที่ได้คะแนนดีๆ เพราะเป็นปลิงเกาะ ( สมอง ) เพื่อน แต่เพื่อนอดตาหลับขับตานอนอ่านหนังสือแทบตาย

 

 

7. เรื่องส่วนตัวยังไม่สันทัด แต่ถนัดจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้าน

คนที่ชอบจุ้นเรื่องของคนอื่นไปซะหมด รู้ชัดยิ่งกว่าตำราเรียน ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อยากรู้อยากเห็น ขอเจ๋อเสมอต้นเสมอปลาย จะได้รับฉายาบุคคลไม่น่าคบไปโดยปริยาย ทางที่ดีหันมาอัพเกรดเรื่องของตัวเองให้ดีขึ้นดีกว่า อย่าเจ๋อเรื่องคนอื่นให้เสียเวลาอยู่เลย

 

 

8. โกหกไปวันๆ เพราะฉันคือนางเอกเรื่อง สาวน้อยสตรอว์เบอร์รี่

ความจริงคืออะไรไม่รู้จักแค่ลื่นไหลไปวัน ๆ เพราะอยากได้สิ่งที่ตัวเองปรารถนา คนแบบนี้รับรองได้เลยว่าจะ ต้องถูกเฉดออกจากสังคมแน่ ๆ เพราะคงไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่เชี่ยวชาญเรื่องสตรอว์เบอร์รี่ตลอดเวลา คน เราต้องการความซื่อสัตย์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ และก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ?

 

 

9. ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ ใครเดินผ่านเป็นนินทา

พวกที่ชอบนินทาชาวบ้าน ก็เป็นอีกพวกที่จัดอยู่ในกลุ่มน่ารังเกียจอันดับต้นๆ ยิ่งคนที่ชอบใส่ร้ายป้ายสีให้คนอื่นเสียหาย เพียงเพราะอยากได้เพื่อน อยากให้เพื่อนเกลียดคนอื่นเพื่อมาเลิฟตัวเองน่ะ นอกจากจะเป็นการกระทำที่โง่มากๆ แล้ว ยังเป็นการกระทำที่เข้าข่ายน่าเกลียดอีกด้วยนะจ๊ะ

 

 

10. กร่างเป็นจิ๊กกี๋ รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า

            แม้ว่าแก๊งเราจะมีพวกเยอะ อิทธิพลแยะ ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะไปรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ หรือคนที่อ่อนแอกว่า ยิ่งเพียงเพราะความสะใจของตัวเองแล้วละก็ ยิ่งไม่ควรเข้าไปใหญ่ เพราะคนที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าไม่ได้เรียกว่าเก่งเลย ออกจะขี้ขลาดมากๆ ซะด้วยซ้ำ

 

 

11. ใครจะมองยังไงไม่แคร์ แหม..ก็แค่เลิฟซีนกันแค่นั้นเอง

            ทนไม่ได้จริงๆ กับภาพผู้หญิงปล่อยตัวให้ผู้ชายจับนั่น แตะนี่ อย่างไม่หวงเนื้อหวงตัวกลางสาธารณะชน นี่ยังไม่รวมประเภทกอดจูบ ลูบคลำโชว์ชาวบ้านเพราะคิดผิดๆว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แน่ละผู้ชายควรให้เกียรติเรา แต่ถ้าอยากให้เค้าให้เกียรติเรา ก็ ควรเซฟตัวเองให้เป็นผู้หญิงที่ไม่ง่ายด้วยถึงจะถูก

 

 

12. ขี้ขโมย ฉกทุกอย่างที่ไม่ใช่ของตัวเอง

            แม้บางทีจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ควรที่จะไปหยิบฉกมาใช้โดยไม่ขออนุญาต เพราะมันเป็นการกระทำที่แสดงว่าไม่มีมารยาทเอาซะเลย และของบางอย่างมันก็มีคุณค่าทางใจของเจ้าของ การที่ไปฉวยเอามา อาจทำให้เค้าเสียใจมากกว่าที่เราคิด

 

 

13. แต่งตัวเอ็กซ์ เซ็กซี่ไม่ว่าที่ไหน ไม่เคยเกรงใจคำว่า กาลเทศะ

            อนุโลมให้ได้ถ้าเป็นการเปรี้ยวแบบมีระดับ (ไม่โป๊เกินไป) ในงานปาร์ตี้ และมีคนไว้ใจได้มารับมาส่ง แต่ถ้าเป็นสถานศึกษางานที่ต้องจริงจังสำรวม ยังโชว์โป๊ไปอวดใครไม่รู้ เราจะกลายเป็นพวกที่ไม่มีสมองขึ้นมาทันที นอกจากจะอันตรายแล้ว ยังโชว์ความโง่อีกต่างหาก

 

 

14. หยาบคายวาจา เหมือนเลี้ยงหมาไว้ในปาก

            พูดจาแต่ละที สัตว์เลื้อยคลานเต็มถนน แบบนี้นอกจากจะไม่น่ารักแล้ว คนอาจจะมองว่าขาดการอบรมบ่มสอนจากพ่อ แม่ได้ และขอบอกว่าแค่คำพูดก็สามารถเป็นตัวกำหนดได้ว่า เราจะดึงดูดคนดี มีระดับ หรือคนโหล่ยโท่ยโซ้ยไม่ลงมาในชีวิต

 

 

15. นิยามฉันสวยเลือกได้ ไม่ว่าใครผ่านมา ฉันกิ๊กกั๊กไว้หมด

            เจ้าชู้ไปเรื่อย ปล่อยตัวไม่เลือกหน้า แบบนี้ก็ไม่เวิร์กนะจะบอกให้ หลายคนอาจเคยชินกับการบริหารเสน่ห์ตัวเอง และรู้สึกว่าการกั๊กผู้ชายไว้ ในฐานะกิ๊กมากๆ คือแปลว่าป๊อบปูลาร์ ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะแทนที่จะดูป๊อป กลับดูเหมือนพวกใจง่าย ขาดความรัก เพราะกลัวว่าคนที่รักเราจะจรลีไป เลยกั๊กไว้ซะงั้น

 

 

16. คิดว่าเป็นเรื่องเท่ ที่ทำตัวเกเรมั่วอบายมุข

            สุดท้าย…ถ้าใครทำอยู่ควรเปลี่ยนด่วนก็คือ การมั่วอบายมุข สุรา ยาเสพติด ทั้งหลาย ถ้าหลงไปมัวเมากับมันเมื่อไหร่ มีแต่อนาคตดับวูบก็เท่านั้น เชื่อเหอะ! ของพวกนี้น่ะไม่เคยทำให้ชีวิตใครดีขึ้น มีแต่ตกต่ำลงจนกระทั่งไม่เหลืออะไรเลย

 

love

อาการทางใจ

 

น้อยใจ…อาการอ่อนแอของจิตใจที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ

วิธีแก้—อย่าเอาแต่ใจ

 

 

เจ็บใจ…อาการเป็นพิษของจิตใจที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน

วิธีแก้—ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง

 

 

ละอายใจ…อาการใฝ่ดีของจิตใจ ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา

ข้อแนะนำ—เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ

 

 

เสียใจ…อาการวูบทางจิตใจ เกิดจากความไม่มั่นคง เพราะชอบเอาใจไปผูกไว้กับสิ่งอื่น

วิธีแก้—ตัดใจซะ อย่าไปผูกมันไว้

 

 

ใจหาย…อาการนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว

วิธีแก้—หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย

 

 

หลายใจ…อาการสืบพันธุ์ทางจิตใจ โดยการแบ่งตัวนำไปสู่อาการน้อยใจแก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา

วิธีแก้—ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้

 

 

ทำใจ…อาการที่แปลกที่สุดของใจ ยิ่งทำมากเท่าไร ใจยิ่งว่างเท่านั้น

ข้อแนะนำ—ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ ค่อยๆทำ

โรคคิดถึง….

 

โรคนี้จะเกิดกับคนที่อ่อนแอทางจิตใจขั้นรุนแรง

 

อาการเบื้องต้นของโรคนี้เริ่มจากเชื้อพาหะจะเข้ามาใกล้ สร้างความสนิทสนมกันตามประสาคนรู้จัก แต่จะส่งผลถึงคลื่นไฟฟ้าในสมอง ซึ่งจะแปรเปลี่ยนคลื่นความถี่จากความรู้สึกธรรมดาฉันท์เพื่อน พี่ น้อง ให้เป็นตามที่ใจตนเองต้องการ

 

ต่อจากนั้น เมื่อเชื้อโรคได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะกระจายตัวอย่างรวดเร็วด้วยระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะแปรตามความสัมพันธ์ที่มีมาก หรือน้อยระหว่างผู้รับเชื้อ กับผู้แพร่เชื้อ ยิ่งมีมาก เชื้อก็จะยิ่งแพร่กระจายได้ไกล

 

โดยที่สภาพอากาศมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ด้วย

 

ฤดูฝน มีคนโทรมาห่วงว่า กลัวจะเป็นหวัด : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 30%

ฤดูหนาว มีคนสัมผัสมือแก้หนาว : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 70%

ฤดูฝน มีคนชวนไปเที่ยวทะเล : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 25%

 

จะส่งผลกระทบต่อไปถึงชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นสายเพราะมัวคุย ทางองค์การอนามัยโลก จัดให้เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง เพราะได้มีผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ติดเชื้อเอง ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ผลการวิจัยของสถาบันการแพทย์ชั้นนำ ได้ข้อสรุปตรงกันว่า โรคแพ้ความใกล้ชิดนั้น อาการจะรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับเชื้อเอง หากเกิดอาการอ่อนแอทางจิตใจยิ่งมีมากเท่าไหร่ อาการของโรคนี้ก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

 

ผลกระทบจากโรคนี้คือ เมื่อเชื้อโรคได้แพร่เข้าสู่หัวใจโดยทางเส้นเลือดนั้น จะทำให้เกิดอาการท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง โทษตัวเอง น้อยใจชีวิต

 

ปัจจุบันนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถที่จะหาวัคซีนป้องกันได้ เพราะเนื่องจากเชื้อนี้เป็นไวรัส ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้ ทำให้โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นๆ หายๆ ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นอีกเมื่อไหร่ และจะหายเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด

 

แพทย์หลายท่านระบุว่า “เวลา” จะเป็นยารักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด

 
ฮาราจูกุ สไตล์
 
 
สไตล์นี้สวยตรงที่ต่อขนตาแบบขนนก
 
 
 
สไตล์นี้สวยแบบน่ารัก ผสมเซ็กซี่
 
 
 
 
สไตล์นี้ก็เท่ดี ออกแนวยากุซ่า กะตัวรัยวะนั่นน่ะ
 
 
 
 
สไตล์นี้ก็ออกแนวน่ารักมั่วๆ เอาโน่นมาแปะ เอานี่มาใส่มันก็ออกมามีสไตล์ได้ว่ะ
 
 
 
 
 
สไตล์นี้ออกแนวสยอง ติ๊ดตี่ชอบแนวนี้ค่ะ แบบว่าโดน!
 

ทำไมต้องโกหกกัน และความรู้เกี่ยวกับการโกหก

 

แม้เราทุกคนจะได้รับการสั่งสอนจากผู้ใหญ่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ให้พูดแต่ความจริง ไม่ให้พูดโกหก และสำหรับชาวพุทธ การโกหกถือเป็นการผิดศีล แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แทบทุกคนไม่มีใครที่ตลอดชีวิตไม่เคยโกหกเลย

 

การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี เราทุกคนรู้และไม่มีใครชอบ แต่เพราะอะไร ทำไมถึงต้องโกหก

 

 

ยิ่งใกล้ชิดยิ่งโกหก

 

นักจิตวิทยาพบว่า มนุษย์เริ่มโกหกเป็นตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเมื่ออายุได้ 5 ขวบ ความสามารถในการโกหกจะได้รับการพัฒนาขึ้นอีกมาก แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะในทางจิตวิทยาถือว่าการโกหกเป็นธรรมชาติของเด็กที่เกิดขึ้นอย่างบริสุทธิ์ ไม่มีพิษมีภัย เพราะเด็กยังไม่สามารถแยกแยะจินตนาการออกจากความจริงได้

 

เด็กมักโกหกเพราะความกลัว ต้องการเลียนแบบและเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ แต่เมื่อโตขึ้น ไม่ว่าหญิงและชาย ประเภทและระดับการโกหกจะยิ่งมากขึ้นและซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

งานวิจัยล่าสุดของ โรเบิร์ต เฟลด์แมน อาจารย์ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแมสซาซูเซตส์ และผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Liar in Your Life พบว่า ระหว่างการสนทนาทุกๆ 10 นาที จะมีการโกหกประมาณ 2-3 ครั้ง และในบางคู่สนทนาอาจเกิดขึ้นได้มากถึง 12 ครั้ง

 

เจมส์ แพตเตอร์สัน ผู้เขียนหนังสือ The Day America Told the Truth เผยว่า ไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นใครก็ตามแต่ แทบทุกครั้งของการสนทนามักจะมีเรื่องโกหกร่วมอยู่ด้วยเสมอ เป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะพูดความจริงต่อกันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคนใกล้ชิดอย่างคู่รัก พ่อ แม่ ลูก

 

 

กหกกันเพื่ออะไร?

 

การโกหกเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาตราบเท่าที่มีการสื่อสารกัน แม้กระทั่งการสื่อสารข้อความผ่านอีเมลล์ หรือการส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์ (sms) ก็เป็นอีกช่องทางยอดฮิตในการโกหก

 

พอล เอ๊กแมน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซึ่งศึกษาเรื่องการโกหกมานานกว่าสี่สิบปี ลงความเห็นว่า มนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโกหกได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่องการโกหกจะเป็นผลดีต่อชีวิตว่าจะดีขึ้นแค่ไหน เราคงต้องมาพิจารณาดูประเภทของการโกหกก่อน

 

โกหกสีขาว (White Lie) เป็นการโกหกด้วยเจตนาดี เพื่อถนอมความรู้สึกและรักษาน้ำใจ แทนที่จะบอกความจริงที่เชื่อว่าผู้ฟังคงรับไม่ได้ออกไป บางครั้งการโกหกในลักษณะนี้เป็นการพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย เรียกได้ว่าเป็นการโกหกเพื่อทำให้ผู้อื่นมีความสุขนั่นเอง

 

วิจัยหลายชิ้นระบุว่า การ รู้จักโกหกเพื่อเข้าสังคมนั้น ส่งผลให้บุคคลนั้นๆ เป็นที่ชื่นชอบของคนในสังคมมากกว่าผู้ที่พูดแต่ความจริงเพราะการเข้าสังคมบางครั้งจำเป็นต้องปรุงแต่คำพูดซึ่งต่างไปจากความรู้สึกที่แท้จริงเพื่อให้คู่สนทนาสบายใจและประทับใจ

 

โกหกเพื่อปกป้องตนเอง เป็นการโกหกเพื่อการเอาตัวรอด เช่นกลัวความผิด กลัวถูกทอดทิ้ง กลัวเสียเกียรติ กลัวการเผชิญหน้า กลัวความผิดหวัง ฯลฯ การโกหกประเภทนี้ในบางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นโยนความผิด ใส่ความผู้อื่น เป็นพยานเท็จ ฯลฯ

 

โกหกเพื่อหวังผลประโยชน์ เป็นการโกหกเพื่อทำให้ตนเองได้รับการยอมรับ ความไว้วางใจ ได้โอกาสในการทำงาน มักเป็นในรูปของการปลอมแปลงข้อมูลทางคุณวุฒิ คุณสมบัติ ฐานะการเงิน ฯลฯ

 

โกหกตนเอง มักเกิดกับคนที่สูญเสียความมั่นใจ สับสน และหวาดกลัวความจริง คนประเภทนี้มักสร้างเรื่อง หลอกตนเองให้คลายจากความทุกข์ชั่วขณะ เช่นหลอกว่าคนรักที่ทอดทิ้งไปยังมีใจให้อยู่เสมอ และสุดท้ายคนเหล่านี้มักโทษตนเอง อาจเลยไปถึงขั้นทำร้ายร่างกายตนเองหรือตกอยู่ในภาวถซึมเศร้าก็มี

 

และเมื่อไรก็ตามที่การโกหกลักษณะนี้มีการพัฒนาการมากขึ้น ข้อมูลที่ไม่จริงทั้งหลายก็จะถูกตอกย้ำใส่หูตนเองซ้ำๆ จนตัวเองเริ่มเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จากนั้นจึงนำเรื่องไม่จริง(ที่ตัวเองเชื่อว่าจริง)นี้ไปบอกผู้อื่นต่อ ทางจิตเวชถือว่าอาการเช่นนี้อยู่ในข่ายอันตรายที่ต้องได้รับการบำบัดเยียวยาอย่างเร่งด่วน

 

ผู้หญิง มีความสามารถในการใช้สมองซีกขวา รวบรวมเรื่องจัดการอารมณ์ และความรู้สึกได้ดีกว่าผู้ชาย ผู้หญิงมักโกหกเพื่อถนอมความรู้สึก รักษาน้ำใจของคนใกล้ชิด

 

ผู้ชาย มักโกหกเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และมักเห็นว่าการโกหกเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด สถิติโดยเฉลี่ย ผู้ชายจะโกหกมากถึง 6 ครั้งต่อวัน ขณะที่ผู้หญิงจะโกหกเพียง 2 ครั้ง / วัน

 

          ประโยคโกหกยอดฮิตของชายและหญิง ไม่เป็นไร…สบายดี

 

          ประโยคโกหกยอดฮิตที่ทำให้คนรักหน้ามืดตามัว คุณเป็นคนเดียว ที่ฉันจะรักจนวันตาย

 

          ประโยคโกหกยอดฮิตที่คนมักใช้กับคนรักเพื่อหวังให้อีกฝ่ายใจอ่อนยอมยกโทษให้รับรองจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก…ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า ใครโกหก

 

นักจิตวิทยาพบสถิติที่น่าสนใจว่า บรรดาคนพูดโกหกจำนวนกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ หากพบว่าไม่มีใครจับได้ คนเหล่านั้นก็มีแนวโน้มจะพูดโกหกต่อไปเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าการโกหกเป็นเรื่องธรรมดา

 

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่ว่าคนคนนั้นจะโกหกได้แนบเนียนอย่างไร ก็ไม่อาจปิดบังปฏิกิริยาในร่างกายขณะโกหกได้ เช่นอัตราการเต้นของหัวใจและชีพจรจะไม่สม่ำเสมอ เหงื่อจะออกมากขึ้น อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ที่สำคัญระดับความดันโลหิจจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการระคายเคืองในระดับเนื้อเยื่อ เช่นบริเวณจมูก ลำคอ ใบหน้า คนที่กำลังโกหก จึงมักเกา หรือถูผิวหนังบริเวณนั้นบ่อยๆเพื่อลดการระคายเคือง

 

 

อาการผิดปกติที่พบเห็นทั่วไปเมื่อเวลาโกหก

 

1. หลบสายตา กะพริบตา หรือกลอกตามองซ้ายขวาไปมาบ่อยครั้งอย่างไม่จำเป็น

2. กลืนน้ำลายบ่อยกว่าปกติ อาการนี้ผู้ชายจะเป็นมากกว่า

3. น้ำเสียงไม่ปกติ ขึ้นเสียง โวยวายเมื่อถูกถามซ้ำๆเพราะคนโกหกจะไม่สามารถจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้นาน หรือเล่าความได้ครบถ้วนเหมือนตอนที่เล่าครั้งแรก

4. ตอบคำถามด้วยการย้ำคำพูดหรือหยุดชะงัก ก่อนจะตอบคำถามแบบยืดยาวด้วยการทวนคำถามอีกรอบ ทั้งนี้เพื่อประวิงเวลาในการสร้างเรื่องโกหก

 

 

กหกแล้วได้อะไร

 

อันดับแรกคือ ความโล่งอกที่หลุดพ้นภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นมาได้ แต่สิ่งที่จะตามมาติดๆคือ ความกังวลใจ กลัวไปสารพัด เพราะไม่อยากถูกจับได้

 

แต่ยิ่งกลัวมากเท่าไร โอกาสที่การโกหกจะลุกลามต่อไปก็มีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อกลัวว่าที่โกหกไปแล้วจะไม่แนบเนียนก็ย่อมต้องโกหกเรื่องอื่นๆ ตามมาเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือขึ้นอีกเป็นชั้นๆ บางกรณีเมื่อโกหกแล้วยังไม่มีใครจับได้ ก็ได้ใจและทำต่อไปเรื่อยๆ สำหรับบางคนเลยเป็นสิ่งที่กลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย

 

แต่ความลับไม่มีในโลก ดังนั้นไม่ว่าการโกหกจะถูกเปิดโปงด้วยวิทยาการล้ำสมัย หรือเป็นการจนมุมง่ายๆด้วยวิธีใดก็ตามที ผลที่ผู้โกหกจะได้รับคงไม่แตกต่างไปจากเด็กเลี้ยงแกะที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครเชื่อถือและให้ความไว้วางใจอีกต่อไป

 

 

รู้จักปฏิกิริยา พิน็อกคิโอ

 

การแตะจมูกเป็นสัญญาณมือสำคัญที่สื่อว่า เขากำลังโกหก นักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อคนเราโกหก ความดันเลือดจะสูงขึ้น จมูกจะบานออก หรือที่เรียกว่า พิน็อกคิโอ ทำให้คนที่โกหกต้องถูจมูกเร็วๆ เมื่อคลายอาการคันที่เกิดขึ้น

 
ยิ้ม ยิ้ม… ยิ้มแฉ่ง
 
 

 

ละลายในปาก แต่ไม่ละลายในมือ

 

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่หรอก มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งถูกสาปไว้ ถ้าจับสิ่งใดขอให้หลอมละลายกลายเป็นไอน้ำ พระราชาเป็นห่วงบุตรี หาวิธีแก้ไขอย่างไรก็ไม่หาย หมดหนทางที่จะช่วยบุตรี

 

แต่จู่ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้น และก็จะถอนคำสาปให้หายโดยพลัน แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่งว่า จะต้องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได้มาให้เจ้าหญิงจับ แล้วไม่ละลาย คำสาปนั้นจึงจะหายไป พระราชาไม่รอช้ามุ่งหน้าป่าวประกาศโดยพลัน หากชายใดสามารถถอนคำสาปได้ใน 1 วัน ฉันจะยกลูกสาวให้เจ้าไป จนสามารถคัดเลือกเหลือ 3 คน

 

ชายคนที่หนึ่ง จึงเริ่มเอาของดีมาแก้ไข หยิบโครตเพชรเม็ดงามให้เจ้าหญิง เจ้าหญิงจึงยื่นมือไปแล้วแตะในทันที ยังไม่ทันจะแตะได้เต็มมือ เพชรก็หายละลายไปสิ้น ฉันเสียใจด้วยจริงๆเจ้าหญิงกล่าว

 

ชายคนที่สอง ก็เดินมาเบื้องหน้าของเจ้าหญิง ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกร่งไม่อ่อนนิ่ม ให้เจ้าหญิงลองจับสัมผัสดู แต่แล้วมันก็ละลายหายไปหมด ฉันเสียใจด้วยจริง เธอก็อด ตกรอบไปเจ้าหญิงกล่าว

 

ชายคนสุดท้าย เดินมาตัวปล่าวไม่มีทรัพย์สิน บอกเจ้าหญิงจงเอามือล้วงลงไปในกางเกง เจ้าหญิงจึงล้วงลงไปในกางเกงของชายผู้นั้น เจ้าหญิงเริ่มหน้าแดงด้วยความเขินอาย แล้วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกพระราชา เสด็จพ่อเพคะ…มัน…มันยังแข็งอยู่เลย

 

ในที่สุดชายคนที่ 3 ก็ได้เป็นผู้ชนะ พระราชาสงสัย มันคืออะไรที่อยู่ในกางเกงชายผู้นั้น….? ชายคนที่ 3 ไม่ยอมตอบ ได้แต่อมยิ้ม และก็ได้ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา แล้วหยิบมันออกมา

 

มันคือ?….M & M ละลายในปาก แต่ไม่ละลายในมือ เหอๆๆ

 

กฎ 10 ข้อ ของการเป็นกิ๊ก

 

 

 

1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้
(ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่)

2. มีอะไรกันได้แต่ไม่ใช่ของกันและกัน
(ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า)

3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ
(ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียกร้องไม่ได้เลย)

4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า
(จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว)

5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
(ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า)

6. ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า
(ก็เรารักคนนั้นนิ)

7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊ก
(เออเด่ะ)

8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานะภาพ
(ถ้าไม่กลัวตายเพราะเอดส์แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา)

9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
(ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า)

10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว
(เฮ้อ……..)

หลัก(ทำ)ประจำใจ…เอาวะ กะ ช่างแม่ง

 

หลัก(ทำ)ประจำใจ ใครท้อควรอ่านอันนี้ วันนี้ขอเสนอหลักทำ 2 ข้อ คือ เอาวะกะ ช่างแม่ง

 

 

ข้อที่ 1 เอาวะ

 

หลักทำ “เอาวะ” ใช้กับเหตุการณ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง เมื่อจะคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พูดคำว่าเอาวะ”  หลักทำ “เอาวะ” จะช่วยให้ได้ลงมือทำตามปรารถนา

 

 

 

ข้อที่ 2 ช่างแม่ง

 

หลักทำ “ช่างแม่ง” ใช้เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวัง เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความผิดหวังขึ้นกับตัวเอง ให้พูดคำว่า “ช่างแม่ง” หลักทำ “ช่างแม่ง” จะช่วยสลัดตัวเราออกจากความเศร้าหมอง ที่ตอกย้ำตนเอง

 

ตำนาน ศุกร์ 13

 

 

เมื่อเอ่ยถึงวันศุกร์ 13 นั้นหลาย ๆ คนอาจจะนึกไปถึงวันแห่งอาถรรพ์ เพราะเคยมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใช้ชื่อว่า ศุกร์ 13 ฝันหวาน แต่เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ในขณะที่อีกหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบความเป็นมาว่าทำไมวันศุกร์ 13 ถึงเป็นวันที่ไม่ดี

 

ว่ากันว่าความเชื่อที่ว่าถ้าวันศุกร์เกิดไปตรงกับวันที่ 13 ของเดือนใดก็ตามแล้ว จะกลายเป็นวันแห่งความโชคร้ายนั้นเป็นความเชื่อของชาวตะวันตก โดยต้นตอแห่งความเชื่อนี้มาจาก อาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู (The Last Supper) โดยเชื่อกันว่าในอาหารมื้อนั้นมีผู้ร่วมรับประทานอาหารกับพระองค์ 13 คน ก่อนที่พระองค์จะถูกนำตัวไปตรึงบนไม้กางเขนใน วันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday)

 

ในขณะที่มีอีกความเชื่อหนึ่งกล่าวว่าวันศุกร์ที่ 13  ตุลาคม 1307 เป็นวันที่พระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ทำการจับกุมตัวบรรดาอัศวินเทมพลาร์ชาวฝรั่งเศสจำนวนหลายร้อยคนไป ก่อนจะนำตัวไปทรมานและสังหาร เพื่อนำทรัพย์สินของพวกเขามาเป็นของฝรั่งเศส

 

ทั้งนี้นักจิตวิทยาพบว่า ในบางคนจะมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือล้มป่วยในวันศุกร์ที่ 13 ซึ่งมีการให้เหตุผลเอาไว้ว่า เป็นเพราะบางคนรู้สึกวิตกจริตเป็นอย่างมากในวันศุกร์ที่ 13 โดยทางศูนย์จัดการความเครียด และสถาบันบำบัดการกลัวในเมืองแอชวิลล์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเมินว่าในแต่ละครั้งที่มีวันศุกร์ที่ 13 สหรัฐอเมริกาต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นเงิน 800 – 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทีเดียว เพราะว่าประชาชนบางคนไม่กล้าเดินทางไปไหนและไม่กล้าแม้แต่จะไปทำงาน

 

จนทำให้เกิดโรคกลัววันศุกร์ที่ 13 มีชื่อเรียกว่า Paraskavedekatriaphobia หรือ Paraskevidekatriaphobia หรือ Friggatriskaidekaphobia ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของโรค Triskaidekaphobia คือ โรคกลัวหมายเลข 13

 

และที่มาที่ทำให้วันศุกร์ 13 กลายเป็นวันโชคร้ายไปทั่วนั้น น่าจะมาจากภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง ศุกร์ 13 ฝันหวาน หรือ "Friday the 13th" ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับฆากรต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวเอกของเรื่องมีเอกลักษณ์เด่นคือ การสวมหน้ากากฮ็อกกี้ เพื่อปกปิดใบหน้า ก่อนทำการฆาตกรรมเหยื่อ

 

สำหรับความเชื่อเรื่อง ศุกร์ 13 เป็นวันไม่ดีนั้นส่วนใหญ่จะเชื่อกันในหมู่ชาวตะวันตกเสียเป็นส่วนมาก ซึ่งเรื่องแบบนี้นั้นถือเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ

 

 

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ

 

เรื่องง่ายๆที่ผู้ชายควรรู้

 

1. การที่เธอโทรหาคุณบ่อยๆ และชอบถามคุณว่า อยู่ไหน อยู่กะใครนั้นแหละ รู้มั้ยว่าเค้าเป็นห่วงคุณ ผู้ชายหลายคนอาจจะรู้สึกเบื่อ รำคาญ แต่คุณรู้มั้ย จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากโทรไปกวนคุณหรอกนะ เธอแค่เป็นห่วงคุณ อยากรู้ความเป็นไปของคุณเท่านั้นเอง หัดเข้าใจผู้หญิงซะบ้างสิ

 

2. การที่เธอขี้หึงจนออกนอกหน้า คุณอย่าคิดรำคาญเชียวนะ รู้ไว้นะว่านี่แหละ คือการกระทำที่จะบอกว่า เธอรักคุณมากที่สุด ฉันรู้ว่านิสัยเจ้าชู้มันคือนิสัยของผู้ชายหลายๆคนอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยถ้าคุณมีแฟนอยู่แล้ว ก็น่าจะลดๆลงหน่อย ห้ามเอานิสัยหรือคำพูดที่ทำกับแฟนคุณไปทำกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด รู้มั้ยว่า ถ้าเธอรู้เธอจะเสียใจมากแค่ไหน

 

3. หากวันไหนที่ทะเลาะกัน ไม่ว่าเธอจะผิดหรือคุณจะผิด แต่ถ้าเธอร้องไห้ ให้รู้ไว้นะว่านั้นมันคือน้ำตาที่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งแต่ประการใด รู้มั้ย ถ้าเธอไม่รักคุณ เธอจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกนะ

 

4. เวลาเธอมีปัญหา หัดรับฟังเธอบ้างรู้มั้ย อย่าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองแล้วไม่อยากรับ ฟังซะล่ะ การที่เธอเอาปัญหาของเธอมาบอกกับคุณ นั้นแสดงถึงความไว้ใจที่เธอมีต่อคุณนะรู้มั้ย ถึงแม้ปัญหาของเธอนั้น คุณจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยแค่คุณพูดปลอบใจเธอ มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีแล้วล่ะ อย่างน้อยคุณก็ทำให้เธอรู้สึกว่า เธอยังมีคุณอยู่ข้างๆเสมอ

 

5. หากวันไหนเธอป่วย หรือไม่สบายก็หัดไปดูแลเธอบ้าง แต่ไปไม่ได้ก็ควรโทรไปหา ถามอาการบ้าง และก็หัดพูดคำว่า เป็นห่วงนะให้เธอฟังซะบ้าง รู้รึป่าวว่ามันจะทำให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าทานยาที่หมอให้มาซะอีก

 

6. อย่าปล่อยให้เธอต้องรู้สึกว่าคุณเริ่มเปลี่ยนไป เพียงเพราะคุณไม่มีเวลาว่างให้กับเธอเท่านั้น อย่างน้อยถ้าหากคุณไม่ว่างก็น่าจะบอกเธอก่อน เธอจะได้ไม่ต้องห่วงคุณมากเกินไป ว่าตอนนี้คุณจะเป็นอะไรรึป่าว หรือว่าคุณอยู่กะผู้หญิงคนไหนรู้ไว้นะ โรคประจำตัวของผู้หญิงคือ โรคคิดมากเนี่ยแหละ ถ้าคุณไม่รีบเคลียร์นะ เธอจะคิดไปได้ไกลแสนไกลเลยแหละ

 

7. อย่าเห็นว่าการเอาแต่ใจตัวเองของเธอเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ เพราะนี่มันคือนิสัยของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว สาเหตุของการชอบเอาแต่ใจตัวเองของเธอ มันไม่ได้มีอะไรมากหรอก เธอแค่อยากเป็นคนที่สำคัญที่สุดของคนที่เธอรักมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งคนๆนั้นก็คือคุณ

 

8. อย่ามองว่าผู้หญิงเป็นคนไร้เหตุผล เพราะอันที่จริงแล้วเหตุผลของเธอมีมากมายกว่าเหตุผลที่คุณคิดได้ซะอีก เพียงแต่เธอไม่อยากพูดเท่านั้นเอง

 

 

ทีนี้คุณพอที่จะเข้าใจรึยังละว่า ความรู้สึกของผู้หญิงที่เวลาเธอรักคุณมากมันเป็นยังไง มันคงไม่ยากหรอกนะ ถ้าคุณจะพยายามหัดเข้าใจเธอซะใหม่ อย่าปล่อยให้คนที่เค้ารักคุณมากที่สุด ต้องเจ็บปวดมากที่สุดเพราะคุณเลย

50 ข้อของความรัก

 

 

1. ความรักคือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

2. ความรักเป็นได้ทั้งมือเเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ

3. ความรักคือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างนึง

4. ความรักคือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน

5. ความรัก มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่าไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามี ความสุขเเต่มีความสุขใน สิ่งที่เรารักต่างหาก

6. ความรักคือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า

7. ความรักคือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง

8. ความรักคือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ ทำให้คนโง่กลาย เป็นคนฉลาด

9. ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก

10. ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำหรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไป พร้อมๆกัน

 

11. ความรักทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆของชีวิต

12. ความรักทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิตเพราะทุกคืนที่ ไร้ความรักก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

13. ความรักคือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ

14. ความรักที่มีมาเป็นปีๆก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที

15. ความรักจะยาวนานหรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่รัก

16. ความรักกว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยากอย่าให้มันจบสิ้นเพียววันเดียว

17. ความรักสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน

18. ความรักต่อให้บอกกันทุกวันว่ารักก็ไม่มีคำว่ามากเกินไปหรอก เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป

19. ความรักถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้

20. ความรักสามารถให้อภัยกันได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขว่ากี่ครั้ง

 

21. ความรัก รักได้เเต่อย่าหลง เพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด

22. ความรักอยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ได้

23. ความรักคือสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจากเดิม

24. ความรักทำให้คุณอยู่นิ่งๆเงียบๆได้นานกว่าเดิม

25. ความรักคือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ

26. ความรักคือการเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต

27. ความรักคือการร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต

28. ความรักคือการอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด

29. ความรักไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไงมันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

30. ความรักเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นเเต่สัมผัสไได้ด้วยหัวใจ

 

31. ความรักทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด

32. ความรักทำให้วันที่เเสนเศร้ากลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้

33. ความรักเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน

34. ความรักทำให้อะไรดีงามได้เสมอ

35. ความรักที่รีบร้อนมักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ

36. ความรักคือสิ่งที่เเม้จะทำความเจ็บปวดให้เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือ เกลียดชังความรัก

37. ความรักไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงานหรือมี SEX เท่านั้น

38. ความรักคือสิ่งที่คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา

39. ความรักคือสิ่งที่คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา

40. ความรักส่วนมากมักจะเติบโตมาจากความเป็นเพื่อนเเละมักจะยืน ยาวเสมอ

 

41. ความรักในยามเเรกรักคือช่วงเวลาของรักที่หวานหอมมากที่สุด

42. ความรักครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้ายมักจะเป็นรักในตนเอง

43. ความรักทำให้คนกลายเป็นกวี

44. ความรักไม่ใช่การมองตากัน เเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน

45. ความรักไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป

46. ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ

47. ความรักทำให้ทุกอย่างสว่างเเละสดใส

48. ความรักคือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก

49. ความรักจะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อคนที่รักต้องให้เกียรติ์ซึ้งกันเเละกัน

50. ความรักบางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การเเต่งงาน

 

6 วิธีใช้ประโยชน์จากทวิตเตอร์

 

หากคุณเคยได้ยินคำนี้และยังสงสัยถึงประโยชน์ของทวิตเตอร์ (Twitter)? ซึ่งจริงๆแล้วมันมีมากไปกว่าแค่ใช้ดูว่าคนแปลกหน้ากินอะไรเป็นอาหารกลางวัน เพราะคุณสามารถติดตามข่าวด่วน ใช้เป็นช่องทางร้องเรียนไปถึงบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่แชตกับคนดัง

 

ทวิตเตอร์มีแต่เรื่องไร้สาระ ทวิตเตอร์เป็นที่ให้คนใช้ยกหางบูชาตัวเอง และอื่นๆ อีกนานาสารพัดที่คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กแห่งนี้ แต่จริงๆ แล้วทวิตเตอร์จะเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อถ้าคุณใช้งานเป็น และมองข้ามเรื่องที่หลายคนพูดไป (ซึ่งก็จริง เราไม่เถียง) เพราะโดยธรรมชาติของบริการแห่งนี้ จะเอื้อต่อการฝากข้อความสั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับใช้เป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า หรือใช้ติดตามเหตุการณ์ที่คุณสนใจจากคนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ รวมไปถึงใช้ตามดูชีวิตของบุคคลที่คุณสนใจเป็นพิเศษ และนี่คือ 6 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ทวิตเตอร์มีประโยชน์สำหรับคุณ

 

1. ติดตามข่าว

เว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่ยังถือเป็นแหล่งข้อมูลและแหล่งข่าวที่สมบูรณ์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการตามข่าวเฉพาะเรื่องในแบบหายใจรดต้นคอ และสนใจแม้แต่รายละเอียดยิบย่อย ทวิตเตอร์จะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถอ่านรายงานสดจากยูสเซอร์ของทวิตเตอร์คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ เช่นกรณีเครื่องบินตกที่แม่น้ำฮัดสัน ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะโพสต์เล่าเรื่องราวที่พบเห็นไว้ในทวิตเตอร์ของ พวกเขา (คอนเซ็ปต์ของทวิตเตอร์ก็คือ การบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันด้วยข้อความสั้นๆ ไม่เกิน 140 ตัวอักษรต่อหนึ่งอัพเดต)

 

นอกจากประชาชนคนธรรมดาแล้ว คุณยังสามารถติดตามทวิตเตอร์ของไซต์ข่าวอย่าง CNN (www.twitter.com/cnn หรือเรียกย่อๆ ว่า @CNN) ซึ่งจะโพสต์หัวข้อข่าวพร้อมกับลิงก์ไปยังเนื้อหารายละเอียด แต่เราชอบ @cnnbrk มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสถานีข่าวแห่งนี้ แต่ก็ดีตรงที่จะสรุปข่าวให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ ในประโยคเดียว ไม่ต้องตามลิงก์ไปอ่านอีก (เว้นแต่ว่าคุณสนใจรายละเอียด)

 

@NYTimes ก็เป็นอีกจุดที่คุณจะพบหัวข้อข่าวด่วนทุกชั่วโมง แถมด้วยทวิตเตอร์ของนักเขียนและของคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์ที่ทรงอิทธิพล ฉบับนี้ ที่น่าสนใจอื่นๆ สำหรับเรื่องของข่าวก็จะมีอย่างเช่น @BreakingNewsOn, @nprnews, @weirdnews, @macrumors, @MarsPhoenix, @Astronautics และแน่นอนว่าพีซีแมกะซีนเองก็มีทวิตเตอร์รายงานข่าวในด้านเทคโนโลยีด้วยเช่น กัน (@PCMag)

 

2. ช่องทางติดต่อกับบริษัทผู้ผลิต

การใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางให้บริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ อาจยังฟังดูไม่ค่อยเข้าทีเท่าไรสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ อย่างน้อยก็จนกว่าบริการแห่งนี้จะมีสมาชิกเพิ่มอีก 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน คุณสามารถใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการร้องเรียนได้ และเสียงของคุณก็จะดังไปถึงเจ้าของสินค้า เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Zappos, Starbucks, Whole Foods, JetBlue และอื่นๆ อีกมากมาย (มากมายจริงๆ) ล้วนแล้วแต่มีแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ให้คุณใช้ในการติดต่อ

 

ดังนั้นต่อจากนี้ไป ถ้าคุณมีเรื่องอยากร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ลองใช้กูเกิ้ลเสิร์ชชื่อของบริษัทเจ้าของสินค้า แล้วตามด้วยคำว่า Twitter ถ้าบริษัทดังกล่าวมีแอ็กเคานต์บนทวิตเตอร์ คุณก็จะพบในผลการค้นหาลำดับต้นๆ ที่สำคัญคือ พยายามเรียบเรียงเรื่องร้องเรียนของคุณให้กระชับได้ใจความ เพราะคุณต้องไม่ลืมว่าข้อความจะถูกจำกัดไว้แค่ไม่เกิน 140 ตัวอักษร

 

3. ขอความช่วยเหลือ

เช่น เดียวกับบล็อกและฟอรัม ทวิตเตอร์คือสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถามคำถามที่คุณขี้เกียจ ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง รวมไปถึงการขอความช่วยเหลือ (เช่นมีใครว่างช่วยขนของย้ายบ้านวันศุกร์ไหม?”) ขอความคิดเห็น (“กล้วยแบบออร์แกนิกมีรสชาติดีกว่าหรือเปล่า?”) หรือขอคำแนะนำ (“ใส่แรมให้กับแมคบุ๊กใหม่เท่าไรดี?”) เป็นต้น

 

โอเว่น ริ้งเคิ้ล ผู้พัฒนาทวิตเตอร์บอกกับเราว่า ปัญหาที่คุณเคยใช้เวลาคิด 5 นาที อาจได้คำตอบออกมาภายในเวลา 10 วินาทีบนทวิตเตอร์ แต่นี่หมายถึงอย่างน้อยคุณต้องมีเพื่อนๆ ในชีวิตจริงตามดู (follow) ทวิตเตอร์ของคุณอยู่ และแน่นอนว่าถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณก็ควรตามดูทวิตเตอร์ของเพื่อนด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

4. โปรโมตผลงาน หรือบริษัทของคุณ

ทวิตเตอร์ไม่ใช่บริการแรกที่ให้คุณใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ แต่ด้วยธรรมชาติของตัวมันเอง ทำให้ทวิตเตอร์เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับการโปรโมตผลงานหรือประชา สัมพันธ์บริษัทของคุณ ขอแค่คุณทำแบบไม่กระโตกกระตาก มีลิงก์ไปยังแอพพลิเคชันที่คุณเพิ่งเขียนเสร็จ หรือสินค้าตัวใหม่ของบริษัทบ้างในบางโอกาส ผสมผสานไปกับเรื่องราวอื่นๆ ของคุณ ถ้าเป็นไปได้ พยายามอย่าให้ลิงก์โปรโมตงานมีเกินกว่า 3 ลิงก์ต่อสัปดาห์ เพราะนั่นจะเป็นการยัดเยียดและทำให้คนที่ตามดูคุณรู้สึกไม่ดีเปล่าๆ หรือหนักๆ เข้าก็อาจไม่สนใจที่จะตามคุณอีก

 

5. ไม่ขาดการติดต่อกับเพื่อนฝูง

นอกจากดูเรื่องราวการใช้ชีวิตประจำวันของคนแปลกหน้าเพื่อความบันเทิงแล้ว ทวิตเตอร์ยังเป็นช่องทางโปรดที่เราชอบใช้เพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อจากเพื่อน ฝูง แค่เขียนข้อความบอกเล่าเรื่องราวสั้นๆ ในแต่ละวัน เพื่อนๆ ก็จะรู้ความเป็นไปของคุณ ว่ากำลังทุกข์หรือสุขแค่ไหน ในทางตรงกันข้าม คุณก็สามารถรู้ได้ว่ามีเพื่อนคนไหนเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่หรือเปล่า หรือคนไหนกำลังอยู่ในอารมณ์เศร้าและต้องการกำลังใจ ต้องการให้คุณไปหา นี่ยังไม่นับรวมถึงการใช้ชวนกินข้าว หรือชวนทำกิจกรรมอื่นๆ

 

6. พบคนดัง

ยูสเซ่อร์ชื่อดังของทวิตเตอร์ที่มีคนตามดูเป็นจำนวนมากบางรายอาจไม่สนใจข้อความ ที่คุณส่งไปถึง แต่ไม่ใช่กับเบรนท์ สปินเนอร์ (ดาราจากสตาร์เทร็ก) ซึ่งค่อนข้างเป็นมิตรทีเดียว เช่นเดียวกับดาราตลกอย่างสตีเฟ่น ฟราย หรือถ้าคุณมีไอดอลหรือฮีโร่ในดวงใจ ลองเสิร์ชหาทวิตเตอร์ของเขาเหล่านั้น แล้วติดตามดูว่า พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยากเข้าสังคมออนไลน์แห่งนี้ แต่ยังรู้สึกขัดๆ เขินๆ และก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ลองดู 10 ทิปที่เราแนะนำในบทความนี้ เชื่อว่าน่าจะทำให้คุณใช้งานทวิตเตอร์ได้คล่องขึ้นราวกับว่าใช้งานมาได้ระยะหนึ่ง

 

 

 

10 ทิป การใช้งานทวิตเตอร์

 

1. ย่อ URL ให้สั้นลง

ในการใช้งานทวิตเตอร์ เรื่องหนึ่งที่คุณหนีไม่พ้นก็คือการแชร์ลิงก์ แต่เนื่องจากในแต่ละทวีต คุณเขียนข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ถ้า URL ที่คุณต้องการแชร์ยาวเหยียด ใช้บริการย่อ URL ให้สั้นลง เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่สำหรับเขียนข้อความมากขึ้น ที่เราชอบก็อย่างเช่น tinyurl.com, is.gd, ow.ly และ bit.ly

 

2. RT = Retweet

ถ้าคุณพบทวีตที่ถูกใจ และต้องการก๊อบปี้ไปแปะ (paste) ไว้บนไซต์ของตัวเอง หรือที่ไหนก็ตาม คุณสามารถทำได้ไม่มีปัญหา ตราบใดที่คุณให้เครดิตกับผู้เขียนข้อความในทวีตนั้น ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว จะใช้การใส่คำว่า RT แล้วตามด้วยชื่อทวิตเตอร์ของเจ้าของทวีต เช่นถ้าคุณนำทวีตของเราไปใช้ คุณก็ควรใส่คำว่า RT @PCMag ไว้หน้าทวีตนั้น

 

3. ส่งเมสเซสส่วนตัว

ด้วยฟังก์ชัน Direct Messages ของทวิตเตอร์ คุณสามารถส่งข้อความส่วนตัวที่มีขนาดไม่เกิน 140 ตัวอักษรไปยังผู้ใช้ทวิตเตอร์คนอื่นๆ ได้ ลักษณะจะคล้ายกับอีเมล์ฉบับย่อ แต่มีข้อแม้ว่าคนที่คุณจะส่งข้อความถึงได้นั้น ต้องเป็นยูสเซอร์ที่ตามดู (follow) คุณเท่านั้น

 

4. ใช้สัญญลักษณ์ @

ถ้า คุณต้องการอ้างถึง ให้เครดิต หรืออยากติดต่อกับผู้ใช้ทวิตเตอร์คนอื่นๆ ให้ใส่สัญลักษณ์ @แล้วตามด้วยชื่อทวิตเตอร์ของคนๆ นั้นไว้ในทวีตของคุณ ข้อความในส่วนดังกล่าว (@ยูสเซอร์เนม) ก็จะกลายเป็นลิงก์นำไปยังทวิตเตอร์ของยูสเซอร์รายที่ว่า และที่สำคัญคือ ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนั้นสามารถเห็นข้อความในทวีตนี้ของคุณด้วย ในทางตรงกันข้าม คุณก็สามารถเช็กได้ว่ามีใครอ้างถึงคุณในทวีตของพวกเขาบ้าง ด้วยการคลิกที่ @ยูสเซอร์เนมของคุณเองจากกรอบทางขวามือในหน้า Home

 

5. หาเพื่อนของคุณ

ถ้า คุณยังไม่รู้จะเริ่มต้นสังคมออนไลน์แห่งนี้อย่างไร ลองใช้ Search.twitter.com หาทวิตเตอร์ของเพื่อนคุณ ทวิตเตอร์ของคนดัง หรือของบริษัทที่คุณสนใจ เพื่อที่คุณจะได้ตามดู หรือถ้าคุณมีหัวข้อที่สนใจอยู่แล้ว ก็สามารถใช้หัวข้อนั้นเป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาได้

 

6. เพิ่มโอกาสในการถูกพบให้กับทวีตของคุณ

ถ้า เรื่องที่คุณกำลังจะเขียนเป็นหัวข้อซึ่งอยู่ในกระแสความสนใจ (เช่นโอบาม่า ซีรีส์เรื่อง Lost หรืออื่นๆ) การใส่เครื่องหมาย # ไว้ข้างหน้าหัวข้อนั้น (เช่น #Lost) จะทำให้คนอื่นๆ พบทวีตของคุณได้ง่ายขึ้น และบางทีเขาเหล่านั้นก็อาจตามดูคุณต่อ ยกตัวอย่างเช่นกรณีของเครื่องบินตกที่แม่น้ำฮัดสัน #flight1549 ได้กลายมาเป็นแท็กยอดฮิต เช่นเดียวกับเป็นคีย์เวิร์ดที่ผู้คนจำนวนมากใช้ในการเสิร์ช

 

7. แชร์ภาพถ่าย

ผู้ คนส่วนใหญ่ชอบที่จะแชร์ภาพของตัวเองให้กับคนทั้งโลกได้ดู และบางคนก็โด่งดังจากการเรื่องนี้ อย่างเช่นกรณีของจานิส คลุมส์ ซึ่งใช้ TwitPic โพสต์ภาพของเที่ยวบิน 1549 ไว้บนทวิตเตอร์ของเขาได้ก่อนใครเพื่อน เช่นเดียวกันคุณสามารถใช้ TwitPic รวมถึงอีกหลายๆ บริการที่ลักษณะคล้ายกันนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการอัพโหลดและโพสต์ภาพไว้บนทวิตเตอร์

 

8. ทวีตจากมือถือ

ทวิตเตอร์ ให้คุณส่งข้อความตัวอักษรจากโทรศัพท์มือถือเพื่ออัพเดตทวีตของคุณ เช่นเดียวกับที่รับทวีตใหม่ของคนอื่นๆ ซึ่งคุณตามดูอยู่ได้ แต่ก่อนอื่นคุณต้องเข้าไปที่ Settings คลิกที่แท็บ Devices แล้วใส่หมายเลขโทรศัพท์ของคุณก่อน ในทางตรงกันข้าม ถ้าใช้ไปสักพักแล้วคุณรู้สึกว่าการรับทวีตของคนอื่นๆ บนโทรศัพท์มือถือ สร้างความรำคาญให้กับคุณมากกว่าการได้อัพเดตเรื่องราว คุณก็สามารถเข้ามายกเลิกได้จากในแท็บเดียวกันนี้

 

9. หาเดสก์ทอปไคลเอ็นต์ดีๆมาใช้

ด้วย เดสก์ทอปไคลเอ็นต์อย่าง TweetDeck, Twhirl หรือ TwitterFox คุณสามารถรับทวีตและจัดให้เป็นหมวดหมู่หรือเป็นระบบระเบียบสำหรับการตามอ่าน ได้ ไคลเอ็นต์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากถ้าคุณตามดูทวีตของหลายคน และมีการปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ รวมไปถึงใช้ฟังก์ชัน direct messages อยู่บ่อยๆ

 

10. ดาวโหลดโมบายไคลเอ็นต์

ถ้า คุณมีแบล็กเบอร์รี่ ไอโฟน หรือสมาร์ตโฟนอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือทำงานบนเครือข่าย 3G เราอยากแนะนำให้ดาวน์โหลดโมบายไคลเอ็นต์ของทวิตเตอร์มาใช้ เพราะจะช่วยให้คุณทำอะไรได้มากกว่าแค่ส่งข้อความที่เป็นเท็กซ์ ไคลเอ็นต์ที่น่าสนใจก็จะมีอย่างเช่น Twitterific, TwitterBerry, PocketTweets และ Twidroid เป็นต้น

 

 

ศรัทธาในพระเจ้า

 

ชาวประมงคนหนึ่งยึดมั่นและศรัทธาในพระเจ้าของตัวเองอย่างมาก วันหนึ่งเกิดพายุพัดโหมกระหน่ำจนเรือแตก ต้องลอยคอและรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในทะเล โชคดีที่มีเรือประมงลำหนึ่งผ่านมา และพยายามจะช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธความช่วยเหลือนั้น พลันประกาศว่าจะรอคอยความช่วยเหลือจากพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น!

 

ชั่วโมงต่อมาเรือประมงอีกลำก็ผ่านมา และพยายามช่วยเหลือ เขายักไหล่ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ด้วยความมั่นใจแบบเต็มประดาว่าพระเจ้าจะลงมาช่วยตัวเขาอย่างแน่นอน

 

เวลาผ่านไปเขาเข้าใจว่าพระเจ้าคงงานจะยุ่ง แล้วเขาก็จมน้ำตาย

 

 

บนสวรรค์…………..ชายคนนั้นเจอพระเจ้าจึงเข้าไปต่อว่า

ชาวประมง : ทำไมท่านถึงปล่อยให้ผมตาย ทำไมท่านถึงไม่ลงมาช่วยผม

 

พระเจ้าส่ายหัวอย่างเอือมระอา พลางตอบว่า

พระเจ้า : โธ่ไอ้หอก! ข้าส่งเรือประมงไปช่วยเอ็งตั้ง 2 ลำ ดันไม่ขึ้นเอง!!!

 

 

 

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราจงยึดมั่นและศรัทธาในพระเจ้า แต่อย่าโง่!!!

 

 
ยิ้ม ยิ้ม…ยิ้มแฉ่ง

มหาเศรษฐีแต่งงาน

 

 

มหาเศรษฐีวัย 70 ปี ผู้ที่ต้องการมีความสุขในบั้นปลายชีวิต กล้าทุ่มเงินถึง 100 ล้าน เพื่อให้สาวงามวัย 20 ต้นๆแต่งงานกับเขา หลังเข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มหาเศรษฐีก็กลัวว่าจะหมดแรงไปเสียก่อน จึงดื่มยาปลุกเซ็กส์ขนานสุดยอดเข้าไปถึง 5 ขวด หลังจากนั้นจึงหันมาหาเจ้าสาวสุดสวยพ้อมทั้งชู 5 นิ้วขึ้นมา ฝ่ายเจ้าสาวเห็นเศรษฐีชู 5 นิ้วขึ้นก็ทำตาลุกวาว พร้อมทั้งกล่าวเสียงออดอ้อนว่า….

 

เจ้าสาว : อุ๊ย…ท่านขา เอาจริงเหรอเนี่ย

เศรษฐี : แน่นอนอยู่แล้วล่ะหนู

 

เจ้าสาว : ว่าแต่…ท่านต้องการถึง 5 ครั้งเนี่ย จะไหวเหรอ ขนาดพวกหนุ่มๆยังหมอบเลยนะ

เศรษฐี : ใครบอกว่าฉันต้องการ 5 ครั้งล่ะ

 

เจ้าสาว : อ้าว? แล้วท่านชู 5 นิ้วทำไมล่ะคะ

เศรษฐี : อ๋อ…ฉันจะถามหนูว่า เอานิ้วไหนก่อนดี ก็เท่านั้น!

 

 

เค้าเล่าว่า….

 

 

ผู้หญิงอ้วน มักจะนิสัยดี

 

ผู้หญิงหน้าตาดี มักจะมีแฟนเป็นทอม

 

ผู้หญิงน่ารัก แฟนมักจะไม่หล่อ

 

ผู้หญิงที่แฟนหล่อ จำเป็นต้องรวย

 

ผู้หญิงอยากรวย ต้องมีแฟนคราวพ่อ

 

ผู้หญิงช่างจ้อ มีแฟนมากมาย

 

ผู้หญิงขี้อาย มักเซ็กส์จัด

 

ผู้หญิงอวบอัด มักทำศัลยกรรม

 

ผู้ชายนิสัยดี มักจะขี้เหร่

 

ผู้ชายที่หล่อ มักไม่สุภาพ

 

ผู้ชายที่ทั้งหล่อและสุภาพ มักเป็นเกย์

 

ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว

 

ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อและนิสัยดี มักไม่มีสตางค์

 

ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดี และมีสตางค์ มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา

 

ผู้ชายที่หล่อแต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา

 

ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ

 

ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวยและเหมาะกับเขา มักเป็นคนขาดความมั่นใจ

 

ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะและเป็นชายแท้ มักจะขี้อายและกลัวการเริ่มต้น

 

ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ

 

 
 

ความแตกต่างระหว่าง รัก กะ ชอบ

 

ต่อหน้าคนที่คุณรัก หัวใจคุณเต้นรัว

ต่อหน้าคนที่คุณชอบ คุณรู้สึกมีความสุข

 

ต่อหน้าคนที่คุณรัก ฤดูหนาวเป็นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ

ต่อหน้าคนที่คุณชอบ ฤดูหนาวเป็นฤดูที่งดงาม

 

ถ้าคุณจ้องหน้าคนที่คุณรัก คุณจะหน้าแดง

ถ้าคุณจ้องตาคนที่คุณชอบ คุณจะยิ้มออกมา

 

ต่อหน้าคนที่คุณรัก คุณไม่สามารถพูดทุกสิ่งในใจคุณได้

ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณทำได้

 

ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณจะเขินอาย

ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณเปิดเผยความเป็นคุณได้

 

คนที่คุณรักมักเข้ามาอยู่ในใจคุณทุก 2 นาที

คนที่คุณชอบมักเข้ามาอยู่ในใจคุณเมื่อคุณนึกถึง

 

คุณไม่สามารถสบตาคนที่คุณรักตรงๆได้

แต่คุณยิ้ม และสบตาคนที่คุณชอบตรงๆได้

 

เมื่อคนที่คุณรักร้องไห้ คุณจะร้องไห้ไปกับเค้า

แต่เมื่อคนที่คุณชอบร้องไห้ คุณจะปลอบเค้า

 

ความรู้รักเริ่มต้นจากดวงตา

ความรู้สึกชอบเริ่มต้นที่หู

 

ฉะนั้นถ้าคุณจะเลิกชอบคนที่คุณชอบ ก็แค่ปิดหูของคุณเท่านั้นก็พอ

แต่ถ้าคุณพยายามจะปิดตา รักจะกลายเป็นน้ำตา

 

และเมื่อคุณเปิดตาขึ้นอีกครั้ง

…คุณก็จะได้รู้ว่า

 

สิ่งที่คุณเสียไป คือคนที่คุณรักที่สุด

 

 

 

ป้ายหน้า

 

 

ลุงแช่มเป็นคนบ้านนอกวันหนึ่งมีธุระต้องไปกรุงเทพฯ
ป้าชื่น( เมียลุงแช่ม ) ก็เป็นห่วงกลัวจะไม่มีอะไรกินบนรถแล้วจะหิว ก็เลยทำข้าวกล่องให้

ลุงแช่มกินระหว่างทาง เมื่อลุงแช่มขึ้นรถได้พักหนึ่งแล้วรู้สึกหิว
ก็หยิบข้าวกล่องออกมากิน กระเป๋ารถเมล์เห็นก็อดแซวไม่ได้

กระเป๋ารถเมล์ : โอ้โห ลุงกับข้าวน่ากินนะ แบ่งมั่งดิ

ลุงแช่ม : ไม่ได้โว้ย เมียกูอุตส่าห์ทำมาให้

กระเป๋ารถเมล์ได้ยินดังนั้นจึงเงียบขี้เกียจแซวต่อ
เมื่อลุงแช่มกินข้าวเสร็จก็รู้สึกว่าตัวเองมือเลอะก็จะถามกระเป๋ารถเมล์ว่าจะล้างมือที่ไหนดี

ลุงแช่ม : ไอ้หนุ่มโว้ย ลุงมือเปื้อนหว่ะ ล้างที่ไหนดีล่ะ

กระเป๋ารถ : ป้ายหน้าสิลุง

ลุงแช่ม : ป้ายหน้า พ่อมึงสิ กูถามว่าจะล้างมือที่ไหนให้กูป้ายหน้า เดี๋ยวก็ถีบให้

กระเป๋ารถ : …..???