กรุสำหรับ พฤษภาคม, 2010

 
 

เสน่ห์ของความแตกต่าง

 

 

เรื่องของคน 2 คน…..ที่แตกต่างกันเกือบทุกด้าน
ยกเว้น….ความรู้สึกที่มีให้กัน

เขาชอบดำ…….เธอชอบขาว
เขาชอบเพลงใต้ดิน……..เธอฟังเพลงสบายๆ

เขาตัวสูง……..เธอไม่สูง
เขาเรียนไม่เก่ง…..เธอท็อปเกือบทุกวิชา

เขาเก่งกีฬา……เธอไม่เคยวิ่งทันใครเค้า
เขาชอบเสียงเครื่องยนต์…..เธอเกลียดความเร็ว

เขาชอบฝน……เธอกลัวเสียงฟ้าร้อง
เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่เรื่องมาก

เธอร่าเริงและจำเป็นต้องมีคนอยู่รอบด้าน
เขาเก็บความรู้สึกและระบายลงสมุดบันทึก
เธออ่อนไหว ขี้เหงา และช่างรู้สึก

เขาน้ำตาซึมเพราะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง
เธอร้องไห้ให้ความเดียวดายที่เกาะกุมหัวใจ
เขาชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ
เธอชอบมิตรภาพที่ใครต่อใครมอบให้

แต่กระนั้น ……..
ผู้คนมากมายที่รายล้อมก็ไม่ได้ทำให้เธอหายว้าเหว่

ทุกครั้งที่เขาเหงา……..
เธอจะนั่งอยู่ข้างๆโดยไม่เรียกร้องความสนใจ
ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ……….เขาไม่มีคำปลอบโยน
เพียงแค่กุมมือเธอไว้

ทุกครั้งที่เขามองเห็นเงาตัวเองในกระจก
…..เขาจะเห็นเพียงผู้ชาย…ที่ไร้ความสามารถ
และไม่มีความสำคัญกับใคร
แต่เธอกลับมองเห็นผู้ชายคนนึง…..ที่สามารถปกป้องเธอได้
และมีค่ามากมายสำหรับเธอ

ทุกครั้งที่ฝนตก …….เธอจะนั่งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง
ฝนพัดพาความเหงามาให้ เสียงฟ้าร้องเรียกความกลัวมาใกล้
แต่ทุกครั้งที่ฝนตก เขาจะโทรศัพท์หาเธอ
และจะอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งฝนหยุดตก
……แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ

เขาและเธอ…..อยู่ด้วยกันในความเงียบ…..แต่ไม่เคยรู้สึกอึดอัด

เขาและเธอ..อยู่ด้วยกันในความเงียบ…แต่เหมือนกับได้พูดคุยกันตลอดเวลา

เขาและเธอ…..เหงาด้วยกัน…..แต่กลับรู้สึกอุ่นในใจ
เขาและเธอ…..เหงาด้วยกัน…..แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น

 

 
 
"ในทรรศนะของข้าพเจ้า"
 
เด็กมันเต้นจิงๆ หรือใช้คอมทำกันแน่ว๊า?
 

คิ ด ถึ ง ค น ใ ก ล้ ใ จ แ ต่ ไ ก ล ต า 


คิ ด ถึ ง ทุ ก เ ว ล า คื อ ค ว า ม รู้ สึ ก ฉั น  


คิ ด ถึ ง ภ า พ เ ก่ า – เ ก่ า ที่ เ ร า เ จ อ กั น  


คิ ด ถึ ง ค ว า ม ผู ก พั น แ ล ะ อี ก ม า ก ม า ย  


คิ ด ถึ ง ร อ ย ยิ้ ม แ ล ะ เ สี ย ง หั ว เ ร า ะ  


คิ ด ถึ ง เ พ ร า ะ ร อ ย ยิ้ ม นั้ น มี ค ว า ม ห ม า ย 


คิ ด ถึ ง เ ว ล า ใ จ ไ ม่ ส บ า ย  


คิ ด ถึ ง ต อ น อ ยู่ ข้ า ง ก า ย ทุ ก เ ว ล า 


คิ ด ถึ ง ค ว า ม อ บ อุ่ น ที่ สั ม ผั ส ไ ด้ 


คิ ด ถึ ง ที ไ ร ใ จ ก็ ใ ฝ่ ห า  


คิ ด ถึ ง ค ว า ม รู้ สึ ก ที่ มี ใ ห้ ม า  


คิ ด ถึ ง ส า ย ต า แ ล ะ ก า ร ก ร ะ ทำ  


คิ ด ถึ ง ถ้ อ ย คำ ที่ ค อ ย เ ป็ น ห่ ว ง  


คิ ด ถึ ง น้ำ เ สี ย ง ห นั ก ห น่ ว ง แ ต่ น่ า ขำ 


คิ ด ถึ ง สิ่ ง ดี ดี ที่ น่ า จ ด จำ  


คิ ด ถึ งถ้ อ ย คำ ที่ แ ส ด ง ว่ า ห่ ว ง ใ ย  


ถ้ า ไ ม่ . . คิ ด ถึ ง . . ค น ค น นี้ 


ก้ อ ไ ม่ มี ใ จ . . คิ ด ถึ ง . . ใ ค ร ค น ไ ห น 


คิ ด ถึ ง . . คิ ด ถึ ง . . แ ล ะ คิ ด ถึ ง . . สุ ด หั ว ใ จ  

 

ไ ม่ เ ค ย . . คิ ด ถึ ง . . ใ ค ร เ ท่ า . . คิ ด ถึ ง เ ธ อ ”  

 From fw mail

 
 

เขาคือคนที่เราควรอยู่ด้วย…แน่แล้วหรือ?

 

 

ถ้ากำลังรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เราและเขาทะเลาะกันเป็นประจำ และการสื่อสารล่มสลายอย่างหนัก ดังนั้นคงต้องถามตัวเองด้วยคำถามสำคัญเหล่านี้ว่า ความสัมพันธ์นี้คุ้มค่าพอที่จะเก็บรักษาเอาไว้หรือไม่ และมากพอที่จะลองพยายามคืนชีวิตชีวาให้ชีวิตเซ็กส์หรือเปล่า บางครั้งเซ็กส์ไม่เวิร์คเพราะปัญหาที่หนักหนาสาหัส นั่นคือเราและเขาเข้ากันไม่ได้เอาซะเลย ลองถามตัวเองดูสิว่า มันคุ้มไหมที่จะเยียวยาชีวิตเซ็กส์ของเราโดยด่วน ถ้าคำตอบคือไม่…ก็อาจถึงเวลาโบกมือลาเสีย

 

 

1. เขาเป็นเพื่อนหรือเปล่า?

 

          เราเลือกอยู่กับคนที่เราจะไม่คบเป็นเพื่อนหรือเปล่า ที่น่าแปลกใจคือมีคนจำนวนหนึ่งที่ทำแบบนี้ ลองหยุดคิดถึงประเด็นนี้สักนิด ไม่แน่ว่ามันอาจช่วยไม่ให้ปวดใจ และเปลืองเวลาในชีวิตมากไปกว่านี้ ตามปกติคนเรามักมีสเปคเอาไว้ในหัวแล้ว จึงมองหาสิ่งที่พอไปได้กับไอเดียที่คิดเอาไว้ ผู้ชายมักเลือกผู้หญิงที่สวยเริ่ดสุดๆ แต่อารมณ์แปรปรวนและเข้ากับเพื่อนผู้หญิง (ที่นิสัยน่ารัก) ของตัวเองไม่ได้เลย ส่วนผู้หญิงอาจจะเลือกผู้ชายกำยำ ล่ำบึก ดูแมน แต่ดูแลเธอไม่ดี ในขณะที่มีเพื่อนผู้ชายเป็นพวกจ้อไม่หยุด แล้วรู้อะไรไหมคะ เวลามีปัญหากับแฟน แทนที่จะพูดกันตรงๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะนำเรื่องคับข้องใจมาถกกับเพื่อนฝูงมากกว่า เพราะความที่เข้ากันไม่ได้ไงคะ เวลาทะเลาะกับแฟนสาวก็ยังมีผู้ชายที่โทรมาปรับทุกข์กับเพื่อนหญิง ซึ่ง ปลอดภัยที่จะคุยด้วยได้

 

 

2. เขาทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือเปล่า?

 

          นี่คือคำถามง่ายๆอีกหนึ่งคำถามที่คนมักละเลยไม่ใส่ใจเวลาที่รีบร้อนมีคู่รัก ในยามที่เป็นโสดเราไม่ต้องตอบคำถามนี้กับใคร ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น การเลือกอยู่กับคนผิดคือการเสียเวลาในชีวิตอย่างมหาศาล เพราะคนที่เราอยู่ด้วยควรทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระ ไม่มีอะไรวิเศษเยี่ยงนี้อีกแล้ว และอีกคำถามที่ควรถามตัวเองคือ อยู่กับเขาแล้วเราสนุกมีความสุขไหม รีบถามตัวเองเสียแต่เดี๋ยวนี้ เพราะต่อไปภายภาคหน้า ช่วงโปรโมชั่นก็จะหมดไป คนน่ะเปลี่ยนแน่อยู่แล้ว แต่บรรยากาศในความสัมพันธ์ละเปลี่ยนไปหรือเปล่า ของแบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนปุบปับในวันสองวัน มันต้องใช้เวลาถึงจะมองเห็น ถ้าตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองระทมทุกข์อยู่ละก็ ลองนั่งลงเผชิญหน้ากับมัน อย่าละเลยเมินเฉย จัดการคุยกับอีกฝ่ายดีกว่าค่ะ

 

 

3. เราไว้ใจเขาได้ไหม?

 

          ถ้าไว้ใจได้ก็วิเศษไปเลยค่ะ เพราะความไว้ใจคือรากฐานที่สำคัญของความสัมพันธ์อันสมบูรณ์แข็งแรง และยังเกี่ยวเนื่องไปถึงเซ็กส์เยี่ยมๆอีกด้วย แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายไม่ไว้ใจใคร เราเป็นคนขี้หึงหรือเปล่า อารมณ์เก่าๆในอดีตยังตามมาหลอกหลอนหรือไม่ เราเป็นคนขี้ระแวงหรือเปล่า บางครั้งเขาพยายามสร้างความมั่นใจให้เราแต่เรากลับเมินซะนี่ หรือว่าสังหรณ์ของเราถูก เขาอาจนอกใจอยู่ก็ได้ หากเราวิเคราะห์เจาะลึกดูแล้วพบว่าเขาเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้อย่างแรง ก็ควรตีจากทันที แต่ถ้ายังไม่มั่นใจ แค่รู้สึกตะหงิดๆ ก็น่าจะลองถามเพื่อนฝูง โดยย้ำว่าขอคำตอบที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา และอย่าลืมเตรียมตัวรับกับคำตอบที่อาจสร้างความปวดร้าวใจ

 

 

คำถามที่ง่ายสุดๆ

 

          ถ้าหากคำถามทั้งสามข้อข้างบนดูเหมือนหนักหนาสาหัสเกินไป แต่ใจก็ยังอยากได้คำตอบถึงสถานะของความสัมพันธ์ ขอแนะนำให้ลองพิจารณาดูคนรักแล้วถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆสั้นๆว่า  ฉันมีความสุขหรือเปล่า”  เท่านี้ก็รู้แล้วว่า เขาคือคนที่เราควรอยู่ด้วยต่อไปหรือไม่?

 
 

เก็บตก ฮา ฮา ของโน๊ต อุดม (เดี่ยว 8)

 

กูอยู่ของกูดี ๆ มึงมาหลีกูทำไม

กูอยู่ของกูเฉย ๆ มึงมาเสยกูทำไม

 

กูอยู่ของกูนิ่ง ๆ มึงมาปิ๊งกูทำไม

ก็กูไม่ได้ไปขอ มึงมาป้อกูทำไม

 

กูอยู่ของกูคนเดียว นะกูก็อยู่ของกูคนเดียว

กูได้ไปเชิญมึงเข้ามาเกี่ยว กะชีวิตกูตั้งแต่เมื่อไหร่

 

บ้านกูกูกลับเองได้ เคยบอกตอนไหนว่ากูจะหลง

ก็มึงอาสาไปรับไปส่ง กูอ๊ะ ก็ตามใจ

 

ใครใช้ให้โทรมาหา ก็มึงนั่นแหละเดินมาขอเบอร์

ส่งเมสเสจว่าคิดถึงเธอ มึงอย่าละเมอทำจำไม่ได้

 

วันเกิดต้องมีของขวัญ ทุกวันสำคัญต้องมีของฝาก

แค่กูเปรยว่าชอบมาก ๆ โคตรลำบากก็หามาได้

 

กูอยู่ของกูชิน ๆ เสาร์อาทิตย์กูกินข้าวบ้าน

มึงก็ชอบมาทอดสะพาน กินร้านนั้น ร้านนี้กันมั๊ย

 

กินข้าวก็แทบจะป้อน โทรมาอ้อนให้นอนห่มผ้า

แค่กูบอกว่าเมนส์จะมา รีบไปซื้อยาแพนสแตนให้

 

คนอะไรแสนดีโคตร ๆ ดีไปหมด 24 ชั่วโมง
กูเลยเสร็จมึงแบบงง ๆ ตกลงเป็นแฟนก็ได้

 

มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มึงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวมั่ว
เสือกมาทำให้กูเคยตัว โทษกูไม่ได้

 

ไม่นานพ่อเทพบุตร ชักสะดุด เหมือนแผ่นถลอก

เล็บที่เคยกุดก็ชักจะงอก ไม่อยากบอกว่าแสบแค่ไหน

 

เมื่อก่อนรับส่งทุกวัน ไม่เคยยั่นตี 3 ตี 4

เดี๋ยวนี้บอกมารับหน่อยดิ มึงบอกนั่งแท๊กซี่ดีมั๊ย

 

อยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆ เบื่อกับข้าวที่กินซ้ำ ๆ

ชวนไปกินติ่มซงติ่มซำ มึงบอกกินเซเว่นก็ได้

 

อย่าหวังของขวัญหรู ๆ วันเกิดกูมึงยังจะชิ่ง

บอกนัดเพื่อนมาเล่นวินนิ่ง ควายเผือกหน้าไม่อาย

 

เมื่อก่อนเดินอิงแอบแนบชิด ตัวแทบติดเป็นปาท่องโก๋

เดี๋ยวนี้เดินห่างกันเป็นกิโล มึงจะโชว์ว่าโสดใช่มะ

 

บอกกูไม่มีความลับ แต่โทรศัพท์ไม่ให้กูแตะ

มาหาว่ากูเจ๊าะแจ๊ะ มึงนั่นแหละมีเลศนัย

 

เมื่อก่อนมองกูเซ็กซี่ เดี๋ยวนี้มองกูแล้วขำ

เรียกกูว่าโพนยางคำ มึงจะซ้ำเติมกูทำไม

 

หลัง ๆ นี่มึงชักหนัก คำว่ารักไม่ตกถึงท้อง

คุณภาพมึงมันบกพร่องบริการหลังการขาย

 

มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มึงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวพ่อ

ชวนเอาโปรโมชั่นมาล่อ กูก็คิดว่ามึงนะใช่

 

ทั้งลดทั้งแถมทั้งแจก มาเป็นแพคแบบฟูลออฟชั่น

พอกูเป็นของมึงเท่านั้น โปรโมชั่นมา ๆ หาย ๆ

 

อย่านึกว่ากูลำบากนะมึง อย่านึกว่ากูลำบาก

หล่อกว่ามึงก็หาไม่ยาก แค่กูไม่อยากเปลี่ยนเครือข่าย

 

มาหาว่ากูงี่เง่าอ่ะกูก็เป็นของกูอย่างนี้

มึงไม่แหกตามาดูดี ๆ ตอนมึงมาจีบกูใหม่ ๆ

 

มาหาว่ากูเรียกร้อง แค่ทวงของที่กูเคยมี
มันผิดตรงไหนกันนี่ ทวงของดีที่กูเคยได้

 

กูแย่อย่างนั้นอย่างนี้ ทีตัวเองน่ะดีจนเวอร์

โถพ่อมาริโอ้เมาเร่อ ฟังแล้วอยากอ้วกใส่

 

ถ้ารักก็ดูแลด่วน ถ้ารักก็ดูแลด่วน ก่อนกูชวนเพื่อนสาวออกเที่ยว

มีตัวพ่อตัวใหม่มาเกี่ยว แล้วมึงจะเสียใจ!

 

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

 

จีบไม่ง่าย แต่ก็ได้ไม่ยาก

 

นิ่งหลับ ขยับแดก

 

แยกหลง งงเสียตัว

 

(อีกประโยคที่ชอบจาก : โน๊ต อุดม เดี่ยวไมโครโฟน 8  ยังฮาเหมือนเดิม)

คำถามจิตวิทยาทายใจ ไขความลับ

 

1. คุณกำลังเดินไปตามทางเดิน แล้วเห็นอะไรอยู่รอบๆตัว

ก.     ป่าทึบ มองขึ้นข้างบนแทบไม่เห็นท้องฟ้า

ข.     ทุ่งข้าวโพดเหลืองอร่ามตัดกับสีขอบฟ้า

ค.     เนินเขาสีเขียว เห็นภูเขาอยู่ลืบๆ

 

 

2. คุณเห็นอะไรตกอยู่ข้างๆเท้า

ก.     กระจก

ข.     แหวน

ค.     ขวด

 

 

3. คุณจะเก็บมันขึ้นมาไหม?

ก.     เก็บ

ข.     ไม่เก็บ

 

 

4. คุณเดินต่อไป เจอแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่ว่าคือ…

ก.     ทะเลสาบใส

ข.     น้ำตก

ค.     ลำธาร

 

 

5. คุณเจอกุญแจที่จมอยู่ในน้ำ ซึ่งคุณกำลังจะเก็บขึ้นมา กุญแจนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร?

ก.     กุญแจบ้าน

ข.     กุญแจโบราณ

ค.     กุญแจ็อคเกอร์เล็กๆ

 

 

6. ต่อมา…คุณเจอบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นเป็นบ้านแบบไหน?

ก.     แมนชั่นหรู แบบละแวกฮอลลีวู้ด

ข.     กระท่อมพร้อมสนามหญ้า

ค.     ปราสาทสวยโทรมๆ

 

 

7. แล้วคุณจะทำไงต่อ?

ก.     มองเข้าไปทางหน้าต่าง

ข.     เข้าไปสำรวจ

ค.     ไม่สน… แล้วเดินต่อไป

 

 

8. ทันใดนั้นก็มีบางอย่างกระโจนใส่คุณ ทำให้ตกใจ สิ่งนั้นคือ?

ก.     หมี

ข.     พ่อมด

ค.     เหยื่อที่ใช้ตกปลา

 

 

9. ด้วยความตกใจจึงวิ่งไปจนถึงกำแพงมีประตู คุณจึงมองลอดรูกุญแจก็เลยเห็น?

ก.     สวนเขียวขจีในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง

ข.     บ่อน้ำกลางทะเลทราย

ค.     ชายหาด และเกลียวคลื่น

 

 

 

¸¸.·●´¯`●·.¸   เฉลยคำถาม  ¸.·●´¯`●·.¸¸

 

 

คำถามที่ 1. ทัศนคติเกี่ยวกับตัวคุณเอง

ก.     คนอื่นมองว่าคุณเป็นคนที่น่าสนใจ เพราะปกปิดตัวตนที่แท้จริง เพื่อนๆรักเพราะเป็นนักฟังที่ดี

ข.     เป็นเป็นคนฉลาด ซื่อสัตย์ และน่ารักเป็นมิตรกับทุกคน และไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร แถมยังเป็นตัวแทนของความร่าเริง สนุกสนาน ใครๆจึงมักจะเข้ามาพูดคุยด้วย

ค.     เป็นคนติดดิน และผู้คนรัก เพราะนิสัยเป็นคนตรงๆนี่แหละ คือนักไกล่เกลี่ยปัญหา เพราะจะรับฟังความของทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินว่าใครถูกใครผิด

 

 

คำถามที่ 2. ลักษณะของคู่รักที่คุณมองหา

ก.     แฟนต้องเป็นคนที่จะร่วมชีวิตกันในอนาคต แต่ควรเปิดใจให้กว้าง เพราะที่สมบูรณ์ตามแบบอาจไม่ค่อยมีเสน่ห์มากนัก

ข.     เป็นคนโรแมนติก ยามรักจะทุ่มเทเพื่อถนอมรักไว้ให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่ารักแท้จะคงอยู่ตลอดกาล และอยากให้แฟนห่วงใยดูแลเสมอ

ค.     ชอบคนที่กล้าแสดงความเก่ง ทะเยอทะยาน และจริงจัง ฉะนั้นพวกหล่อ/สวยอย่างเดียวน่ะไม่ผ่าน

 

 

คำถามที่ 3. ความพร้อมที่คุณจะผูกมัดกับใครสักคน

ก.     ถ้าใช่ก็ได้เลย

ข.     ดูใจกันไปเรื่อยๆดีกว่า

 

 

คำถามที่ 4. คุณรักซึมลึกแค่ไหน

ก.     จริงจังกับความสัมพันธ์เอามากๆ ถ้าพบคนที่ใช่จะรักสุดหัวใจ

ข.     เพศตรงข้ามคิดว่าเซ็กซี่มาก เพราะหว่านเสน่ห์เก่ง ชาย/หญิงหลายขโยงจึงพากันหลงใหล

ค.     ทักษะการจีบเป็นเลิศ จึงเปลี่ยนคู่ควงได้ไม่ซ้ำหน้า

 

 

คำถามที่ 5. ความสำคัญของการศึกษา

ก.     การศึกษาสำคัญน้อยกว่าโลกภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้า ลึกๆแล้วอาจจะอยากเริ่มทำงาน และออกมาอยู่เอง

ข.     การศึกษาสำคัญที่สุด อยากเรียนหนักๆ จะได้ซึมซับความรู้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ค.     อาจจะไม่ชอบเรียน แต่มีความคิดดีๆมากมาย เชื่อสัญชาตญาณ และสมองของตัวเองฉะนั้นอาจลงเอยด้วยอาชีพที่ไม่เหมือนใคร

 

 

คำถามที่ 6. งานที่เหมาะๆ

ก.     มีเป้าหมายเยอะ และพยายามทำทุกอย่างสุดๆ งานที่ชอบจึงต้องเป็นงานที่ได้แสดงพลัง ปรารถนาความสำเร็จอย่างที่สุด

ข.     ยึดหลักความเป็นจริงในการเลือกอาชีพ และมุ่งมั่นจะเติบโตในสายงานที่เลือก

ค.     อาชีพที่ฝันไว้เป็นไปได้ยากในชีวิตจริง น่าจะมองๆหาอะไรใกล้ตัวทำไปก่อนดีกว่า ไม่งั้นอาจเศร้า

 

 

คำถามที่ 7. ความสำเร็จมีความหมายแค่ไหน

ก.     กลัวล้มเหลวเลยไม่กล้าเริ่มต้น จงอย่าเพิ่งยอมแพ้เสียตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ

ข.     มั่นใจว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ เพราะจะไม่มีสิ่งไหนมากั้นขวางได้

ค.     ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอใจในสิ่งที่มีอยู่ และชอบที่จะอยู่กับคนที่รักมากกว่าจะทุ่มชีวิตไปกับการงาน หรือดำรงตำแหน่งสูง

 

 

คำถามที่ 8. คุณกลัวอะไรมากที่สุด

ก.     กลัวที่จะไม่มีใครให้พึ่ง หรือกลัวเลี้ยงตัวเองไม่ได้

ข.     กลัวในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเพื่อกลบเกลื่อน เลยใช้อำนาจบาตรใหญ่เกินไปบ้าง

ค.     เป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่นเอามากๆ จึงพยายามสุดชีวิตที่จะได้รับการยอมรับจากผู้คน ต้องเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองบ้างแล้ว

 

 

คำถามที่ 9. ตัวตนของคุณคือ….

ก.     เป็นผู้ใหญ่มีความคิดความอ่าน ซื่อสัตย์ กล้าแสดงความเห็น ผู้คนจึงมาขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ แต่อาจแย่ถ้าเจอปัญหาที่ต้องใช้หัวใจมิใช่สมอง

ข.     ต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะชอบอยู่กับความคิดของตัวเอง และมักจะแว่บหายยามเข้าตาจน แต่จะรู้สึกดีขึ้นถ้าระบายกับคนที่ไว้ใจซะบ้าง

ค.     เป็นคนที่เต็มที่กับชีวิต และกล้าแสดงออก แต่เดาอารมณ์ยาก และเปลี่ยนความคิดได้เรื่อยๆ บางครั้ง เหมือนมหาสมุทร…สงบได้…แต่ไม่นาน

แก้นิสัยขี้หึง! (สำหรับสาวๆ)

 

 

1. บอกเขาแต่แรกว่าคุณขี้หึง ไม่ต้องอาย บอกเขาว่าคุณจะพยายาม แก้นิสัยนี้แต่ขอให้เขาเข้าใจด้วยการบอกตรง ๆ เช่นนี้ จะทำให้เขายิ่งระวังตัว ไม่ทำอะไรให้คุณหึง เมื่อคุณเห็นเขาทำอะไรที่จะเริ่มรู้สึกหึง ให้รีบบอกไปเลยว่ามันบาดตานะ ที่เขาทำอย่างนั้นกับผู้หญิงคนอื่น บอกว่า ไม่ชอบให้ทำแบบนี้เลย ให้บอกเขาถึงความรู้สึก ไม่ใช่ต่อว่าเขานะ

 

2. อดทนไม่พูดจาประชดประชันเมื่อรู้สึกหึงหวง ไม่ตวาดหรือพูดเฉยชากับเขาใช้ไม่ได้ผลหรอก

 

3. อย่าเอ่ยปากถามถึงผู้หญิงที่คุณหึงหวง ในทำนองว่า หล่อนน่ารักกว่าฉัน เพราะนั่นหมายถึง คุณสร้างความรู้สึกแล้วว่าหล่อนเป็นคู่แข่งกับคุณ และหล่อนมีความสำคัญต่อความรู้สึกคุณ จึงไม่น่าจะนำมาใส่ใจ

 

4. อย่ารุกเร้าเขาให้สัญญากับคุณ หรือทำอะไรที่เป็นการพิสูจน์ว่า เขารักคุณในยามที่คุณหึง เพราะมันจะทำให้เขารู้สึกว่าคุณไม่ไว้ใจเขา

 

5. อย่าไปราวีผู้หญิงที่คุณสงสัย จงอยู่เฉย ๆ ในเขตแดนของคุณ ยิ่งถ้าคุณใจร้อน ลงมือทำอะไรไปจะทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ จะลุกลามไปกันใหญ่จากเล็ก ๆ น้อย ๆ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเสียคะแนนไปเปล่า ๆ อย่าทำอย่างนั้นนะจ๊ะ

 

6. อย่าขู่ว่าจะเลิกกับเขา เพราะถ้าบอกเลิกกันบ่อย ๆ มันไม่ดีหรอก เกิดวันใดวันหนึ่งเขาเลิกกับคุณเข้าจริง ๆ ทีนี้จะทำอย่างไรล่ะถ้าพูดไปอย่างนั้นเอง

 

7. สร้างความมั่นใจในตัวเอง อย่าลดค่าตัวเอง อย่าคิดว่าหล่อนคนนั้น ผมยาวกว่า เซ็กซี่กว่า เพราะหนุ่มของคุณ อาจนิยมชมชอบคุณอย่างที่คุณเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว

 

8. ต้องคิดอยู่เสมอว่า คุณไม่อาจเป็นเจ้าของใครคนหนึ่งได้ตลอดไป ไม่ควรที่จะยึดติด เพราะโลกนี้ก็ไม่แน่นอน

 

9. อย่าพยายามตามคุมเขาในช่วงที่คุณเริ่มหึงหวง การตามคุมทำให้ผู้ชายอึดอัด จนอาจจะคิดหาแฟนใหม่จริงๆก็ได้

 

10. ไม่ทำตัวขี้หึงในเรื่องเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา เช่น ยิ้มกับหญิงอื่นก็หึงแล้ว คุณควรหึงในสถานการณ์ที่ควรจะหึง จึงจะทำให้ผู้ชายเกิดความเกรงใจ

 

 

 

 

 

ในทรรศนะของข้าพเจ้า

 

โห! เรามีครบทุกข้อเรยอ่ะ ตั้งแต่ข้อ 1 10 ไม่ตกหล่นเรยสักข้อ

ขึ้หึงเข้าขั้นเรยนะเนี่ย หึงตะพึดตะพือ หึงจนหน้ามืด

 

ถ้าจะถามว่า…ลดความขี้หึงลงหน่อยได้มั้ย?

ขอตอบเรยว่า…ไม่ได้!

 

เพราะรัก…ถึงได้หึงขนาดนี้

ถ้าไม่หึงก็คือ…ไม่ได้รักงัย…ชัดมั้ย!?

 
ยิ้ม ยิ้ม… ยิ้มแฉ่ง

 

แลกกัน

 

 

ณ คลีนิคแห่งหนึ่ง มีไอ้หนุ่มเดินเข้ามาปรึกษาหมอเกี่ยวกับขนาดของตัวเอง

 

 

หมอ : มีอะไรให้ช่วยเหรอ?

 

หนุ่ม : ผมมาผ่าตัดให้มันใหญ่ขึ้นน่ะ

 

หมอ : ขนาดของคุณเท่าไหร่ล่ะ

 

หนุ่ม : สองนิ้ว (แล้วก็เอาออกมาให้ดู)

 

หมอ : แล้วมันสู้มั้ย?

 

หนุ่ม : สู้

 

หมอ : งั้นแลกกับแปดนิ้วของหมอ แต่ไม่สู้มั้ยล่ะ!!!

 

 

รหัสรูปภาพ (ฉบับกวนโอ๊ย!)

 

 

(__)(_|_)(_/_) ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก

OOOO—– ลูกชิ้นปิ้ง

(‘ ‘ )( ‘ ‘ )( ‘ ‘) หมามองเครื่องบิน

(. . )( . . )( . .) สาวบนเครื่องบินมองลงมา

t(- " – t ) ชูนิ้วกลางด่า

@( "<)@ กำมือกรี๊ดสุดริด

/(_<) ทนฟังไม่ได้

==============]o–(-"-o–) เจได

========]–( =="== )–o]======== ดาร์คมอล์

( -/|-) สวัสดีครับ

( – _ -)/ ธุๆ

/(- _- )( -/- )( – _-)/ ภราดร (ไหว้ 4ทิศ)

(_|_) *

(_|_)====@ ตด

(o)(o) นมจากเต้า

( o )( o ) นมบิ๊กไซส์

o/o/ นมยาน

(o)./ นมแบบนี้ปรึกษาแพทย์ด่วน

|__)__) ก้นใหญ่

|_____)___) ก้นใหญ่มาก

ไ( -" -ไ) ตั้งการ์ดสูง

ๆ( -" – ๆ) ตั้งการ์ดต่ำ

o==( -" – ๆ) แย็บขวา

o==( -" – o==) ชกๆ

(‘-‘ )( ‘ – ‘ )/(/ ‘-‘)/ เอ้าฮุยเลฮุย

(ToT)/ แง..อุ้มๆ

||^} ผู้ชาย

//^} ผู้หญิง

||^}{^ ผู้ชายกะผู้หญิงจุ๊บกัน

(___/U___) ผู้ชายยืนแก้ผ้า

(___/|/___) ผู้หญิงยืนแก้ผ้า

(___/*U*___) ผู้ชายยืนแก้ผ้า(อันนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว)

 

>>>——-> ลูกศรปักรัก

( o_o)(o_o ) คนหันน่าเข้าหากัน

[( – – )] ช้าง

[( -|- )] ช้างชูงวง

( .-. ) คนกลับหัว

|//
 *} คนเจอผีหัวตั้ง

>>>>> ป้ายบอกเลี้ยวซ้าย

<<<<< ป้ายบอกเลี้ยวขวา

<<< >>> ป้ายบอกว่าทางแยก

(=*.*=) แมวน้อยน่ารักมากมาก

|______)_____) ตูดใหญ่มากมาก

|______________)________________) ตูดบานแล้วอย่างนี้

|__ __) |__|__) |__/__) |__|__) (____| ส่ายตูดไปส่ายตูดมา

( *o*) กำลังหาว

(/*o*)/ ทำท่าสู้ชีวิต

 

 
 

พวกอยากมีเซ็กซ์ แต่ไม่อยากรับผิดชอบ

 

อากัปกิริยาของพวกอยากมีเซ็กซ์ แต่ไม่อยากรับผิดชอบมีดังนี้

 

1. เขากระตือรือร้นอยากจะไปบ้านของฝ่ายหญิงจนออกนอกหน้า ไม่ใช่จะไปไหว้พ่อแม่ พี่ ป้า น้า อา ของน้องหนูหรอก อย่าดีใจผิดประเด็น เพราะอันที่จริง หากไปบ้านของฝ่ายหญิงแล้วมีอะไรกัน เขาจะได้หาทางหนีทีไล่ หลบฉากไปเสียจากชีวิตของเธอได้ง่ายยังไงล่ะ ขืนพาไปบ้านเขา อีกฝ่ายก็รู้ทันน่ะสิว่า รังของเขาอยู่ที่ไหน

 

2. เขาไม่เคยสนใจในสิ่งที่คุณพูดเลยสักนิด แถมยังชอบมองสาวอื่น ให้คุณหมั่นไส้เสียด้วยซ้ำ

 

3. ถ้าเขาไม่สนในสิ่งที่คุณพูด แสดงว่า เขาสนใจอย่างอื่น คือ หลับนอนกับคุณไง

 

4. เขามักพูดวนเวียนแต่เรื่องบนเตียง หรือบรรยายถึงหน้าอกหน้าใจของคุณตลอดเวลา ไม่ยอมเปลี่ยนเรื่องพูดไปเป็นอย่างอื่นบ้างเลย แบบนี้ยิ่งชัดว่า เป็นพวกบ้าตัณหา

 

5. ถ้าคุณแสดงออกเป็นนัยๆ ว่าคุณไม่ยอมมีเซ็กซ์ในเร็ววันนี้กับเขาแน่ แล้วทันใดนั้นเขาก็ตัดบทว่า เขาต้องไปที่อื่น เขาทำเช่นนี้เพราะเขาคงมั่นใจแล้วว่า จะไม่ได้ฟันคุณน่ะสิ จึงโยกโย้ขอเปิดตูดไปเสียดีกว่า

 

6. เขาเอาแต่พร่ำถามอยู่นั่นแหละว่า คุณพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมจะตัดสัมพันธ์ล่ะก็ใช่ แต่ไม่พร้อมหรอกถ้าเป็นเรื่องอย่างว่า คนอะไรจะให้เราเป็นเครื่องบำบัดความใคร่อย่างเดียว

 

7. เขาชอบพูดแต่เรื่องสองแง่สามง่าม คงอยากลองใจว่า คุณจะไฟติดเหมือนเขาไหม

 

8. ถ้าคุณถามถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเขา ขณะที่เขาก็ชอบตอบว่า มันมักเป็นเรื่องเผลอใจไปแค่คืนเดียว แล้วนึกหรือว่าในกรณีของคุณ จะไม่เป็นไปในแบบเดียวกัน

 

 

 

ข้อมูลจาก : คลีนิครักดอทคอม

 

ข้อดีของการมีแฟนเป็นเกย์ (น่ารัก ขำขำ)

 

1. เขาจะดูดี ดูเนี๊ยบตลอดเวลาทั้งต่อหน้าและลับหลัง

 

2. เขาเป็นคนสุภาพ และอ่อนโยนและเข้าใจผู้หญิง

 

3. ยังมั่นใจได้ว่าเรายังผู้หญิงเพียงคนเดียวของเขา (เพราะนอกนั้นเป็นผู้ชายหมด)

 

4. การมีแฟนเป็นเกย์จะได้กุศลแรงมากที่ช่วยรักษาสถานภาพทางสังคมของเค้า

 

5. อาจโชคดีได้สามีในคราวเดียวกันถึงสองคน

 

6. เค้าสามารถทนรอวันนั้นของเดือนได้โดยไม่ออกอาการหงุดหงิด

 

7. จะไม่ต้องคอยผวาเช็คเบอร์โทรสาว ๆ คนอื่นของเขา (เพราะมันจะมีแต่เบอร์ผู้ชายเป็นส่วนมาก)

 

8. สังคมจะร่วมชื่นชมยินดีที่คุณช่างหาแฟนได้อินเทรนด์จริงๆ

 

9. ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องมารหัวขนของหญิงอื่น เพราะกิ๊กของเค้าไม่มีมดลูก

 

10. เวลาอยู่ด้วยกันไม่ต้องอายมากมาย…เพราะบางครั้งอ่อยให้ตายยังไงมันก้อไม่มีอารมณ์

 

11. ต่างคนต่างมีอิสระ…มีเวลาแรดเป็นของตัวเอง

 

12. เกย์ส่วนมากมักจะหน้าตาดีๆหล่อๆ..เป็นโอกาสของเราที่เวลาเจอเพื่อนเค้าจะได้แอบเหล่

 

13. เราจะไปมีผู้ชายอื่นที่ไหนมันก้อไม่ว่าเราหรอก..แค่แบ่งให้มันบ้างก้อพอ

 

14. พวกนี้มักจะรสนิยมสูง..ดังนั้นเวลาคบกันไม่ต้องกลัวว่ามันจะพาเราไปกินข้าวมันไก่ข้างถนน

 

15. ได้หน้าแต่ไม่เคยลืมหลัง

 

 

 

 

“ในทรรศนะของข้าพเจ้า”

 

hahaha รักนะ ตุ๊ด…. (づ ̄ ³)

 

วิธีทำให้แฟนรัก แฟนหลง

 

 

1. อย่าเขินอายที่จะบอกรัก

 

2. จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรดคืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขาเสมอๆ

 

3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วยถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะๆดีกว่ามั้ย

 

4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

 

5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เราแล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

 

6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้งแต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่ จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

 

7. ปล่อยให้อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่ายปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อน บ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

 

8. พูดกันตรงๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

 

9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วยไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเองไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

 

10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

 

11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

 

12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

 

13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

 

14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

 

15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

 

16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

 

17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

 

18. อย่าอายที่จะขอโทษ

 

19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อยๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ๆ ในชีวิตอีกด้วย

 

20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

 

21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมากๆ

 

22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

 

23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใครๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

 

24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่นๆไม่ได้

 

25. รักตัวเองให้มากๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

 

 

อย่าลืมทำให้ได้ ถ้าทำได้แบบนี้ แฟนคุณไม่หนีหายไปไหนแน่นอน

รู้อะไร…ดี

 

เด็กหนุ่มคนหนึ่ง…เป็นชาวสงขลา…
เรียนเก่งมาก…
ได้ทุนไปเรียนอเมริกา…ตั้งแต่เด็ก…จนจบด็อกเตอร์…
จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน..

บ้านของเด็กหนุ่ม…
อยู่อีกฟากหนึ่ง….ของทะเลสาบสงขลา…
ต้องนั่งเรือแจว….ข้ามไป…ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง…

เรือที่ติดเครื่องยนต์..ไม่มีเหรอ…ลุง… ?
ไม่มีหรอกหลาน…ที่นี่มันบ้านนอก…
มันห่างไกลความเจริญ…มีแต่เรือแจว…

โอ…ล้าสมัยมากเลยนะลุง…โบราณมาก…
ที่อเมริกา….เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง
ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก….

ไปส่งผมฝั่งโน้น….เอาเท่าไร…ลุง… ?
80 บาท…
OK …ไปเลยลุง…

ในขณะที่ลุงแจวเรือ…
หนุ่มนักเรียนนอก….ก็เล่าเรื่องความทันสมัย…
ความก้าวหน้า..ความศิวิไลช์…ของอเมริกาให้ลุงฟัง..

เมืองไทย…เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว…ล้าสมัยมาก..
ไม่รู้คนไทย…อยู่กันได้ยังไง… ?

ทำไมไม่พัฒนา…ทำไมไม่ทำตามเขา…เลียนแบบเขาให้ทัน… ?
ลุง…ลุงใช้คอมพิวเตอร์…ใช้อินเตอร์เน็ต..เป็นไหม.. ?
ลุงไม่รู้หรอก…ใช้ไม่เป็น…
โอโฮ้…ลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ….ชีวิตลุงหายไปแล้ว… 25 %… .

แล้วลุงรู้ไหมว่า….เศรษฐกิจของโลก…ตอนนี้เป็นยังไง… ?
ลุงไม่รู้หรอก…
ลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ..ชีวิตของลุงหายไป…50 %

ลุง…ลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม…ลุง… ?
ลุง…ลุงรู้เรื่องดาวเทียมไหม…ลุง… ?
ลุงไม่รู้หรอก…หลานเอ๊ย…
ชีวิตของลุง…ลุงรู้อยู่อย่างเดียว…
ว่าจะทำยังไง…ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น…
ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้..ชีวิตของลุง…หายไปแล้ว.. 75 %

พอดีช่วงนั้น..
เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง..คลื่นลูกใหญ่มาก…ท้องฟ้ามืดครึ้ม…
นี่พ่อหนุ่ม…เรียนหนังสือมาเยอะ…จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ…
ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม… ?
ได้…จะถามอะไรหรือลุง.. ?

เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม… ?
ไม่เป็นจ๊ะ…ลุง….

ชีวิตของเอ็ง…กำลังจะหายไป 100 % ..แล้วพ่อหนุ่ม

ดูเนื้อคู่จากเดือนเกิด

ว่าแท้จริงนั้นเป็นคนอย่างไร แล้วนิสัยเขากับคุณจะเข้ากันได้แค่ไหนกัน

 

 

 

มกราคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้ชอบชีวิตที่เรียบง่ายสุขสงบ ไม่ค่อยชอบเฮฮาปาร์ตี้กับใครง่ายๆ เลือกที่จะคบหาคนอย่างพิถีพิถัน แต่ก็ชอบให้คนอื่นนิยมยกย่องเหมือนกัน มีความรู้ ความสามารถดี แต่ตัดสินใจไม่เฉียบขาดนัก ส่วนมากเป็นคนมีเสน่ห์ อารมณ์อ่อนไหว จิตใจเอื้ออารี เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ถ้าได้คนผิวนวล หรือผิว 2 สีก็ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ไม่ผอมบางเกินไป และควรมีอารมณ์ขัน ไม่มุทะลุเคร่งเครียด โรแมนติกบ้าง เป็นนักคิด นักวางแผน หาทางรุ่งโรจน์ เป็นที่ปรึกษาที่ดี อารมณ์ดี ไม่ถือสาจุดเสียเล็กน้อยอื่นๆ ของคนอื่น นี่คือลักษณะที่จะอยู่กับคนเดือนนี้ได้มีความสุข สดชื่น ยั่งยืนนาน ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดี มีความรักใคร่กัน ครอบครัวไม่ทุกข์ยาก ถ้ามีลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะยอดเยี่ยมที่สุด

 

 

กุมภาพันธ์

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบใจนักเลง นิยมเรื่องตื่นเต้น แปลกใหม่ไม่ค่อยกลัวใคร มีเพื่อนมากพอๆกับมีคนคิดร้าย ดวงพลิกผันบ่อย เดี๋ยวรุ่ง เดี๋ยวร่วงได้ ถ้าไม่ระมัดระวัง เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ถ้าเป็นคู่เทียม ก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหา คู่แท้จึงมี ลักษณะเป็นเพื่อนตาย ที่มีความซื่อตรงต่อกันอย่างแท้จริง คอยตักเตือนไม่ให้ถูกล่อลวงได้ง่าย และต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทายของคนเกิดเดือนนี้ เนื้อคู่มักมี ลักษณะสง่างามกว่าคนเดือนสาม คิ้วเข้ม ตาคม มีบุคลิกน่านับถือ ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติ มีทรัพย์ จึงอาจถูกคู่ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อน จะถือว่าดีที่สุด

 

 

มีนาคม

            ผู้ที่เดือนนี้ถ้ามุ่งมั่นพากเพียรสูง ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทีเดียว แต่มักจะวางมือได้ง่าย จากสิ่งที่คิด และทำไว้ เป็นคนใจอ่อน ไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่มักถูกพิษภัยจากคนอื่นง่าย เพราะชอบคนมาป้อยอ เอาใจ เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ จะมีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มีความรู้ความสามารถ และชอบชีวิตสุขสงบ เรียบงาย ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจ นิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ของคนเดือนนี้ได้ ก็จะอยู่กันยั่งยืน ผู้ที่เกิดเดือนนี้ต้องได้คู่ที่ช่วยงานกันได้ ถ้ามีลูกคนแรก เป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก

 

 

เมษายน

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักเป็นคนจิตใจดี แต่พูดจาออกไปไม่ดีนัก แต่ก็มีคนชื่นชมเอ็นดูพอควร ไม่นิยมเรื่องจุกจิกน่ารำคาญใจ ดวงชะตามีหนทางรุ่งเรือง มีชื่อเสียง ถ้าไม่วู่วามทำเรื่องเสียก็จะได้ดีแน่ เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ควรมีผิวขาว หรือผิวเดียวกัน รูปร่างล่ำสัน หรือสูงกำลังดี หน้ากลมอิ่มเอิบ สุขุมรอบคอบ และมีวาทศิลป์ ช่วยเหลือให้กำลังใจ หรือคำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนขยันและปราดเปรียวก็ยิ่งดี ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่าในด้านใดด้านหนึ่ง ถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาว คนแรกจะมีวาสนาดี

 

 

พฤษภาคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้เป็นผู้มีชะตาราบเรียบ ไม่โลดโผนตื่นเต้น แต่ก็ไม่ต้องเจ็บตัว เจ็บใจง่ายๆ เพราะชอบความมั่นคง สบายๆไม่ต้องเสี่ยง เป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำ ไม่ค่อยคิดเริ่มต้นสร้างสรรค์ แต่ก็รักครอบครัว และละเอียดรอบคอบเสมอ เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญ มีลักษณะของผู้ใหญ่ หรือผู้ดี รู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริม จะยิ่งทำให้รุ่งเรือง ลูกคนแรกหากเป็น ผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติ มาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้า

 

 

มิถุนายน

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มี 2 ชะตา ถ้าไม่ใช่คนคุยเก่ง ชอบสังคม ก็จะเป็นคนเงียบขรึมไปเลย แต่ส่วนมาก จะมีความสามารถนำตัวเองให้ก้าวถึงจุดฝันได้ ถ้าไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ จิตใจอ่อนไหว แบบรักง่าย ตัดง่าย เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ มีลักษณะเพรียวบาง ใบหน้าเรียวสวย มีความคิดอ่าน ลึกซึ้ง รู้จักพูดจาดี และถ้ารู้จักอดทนก็จะอยู่กันยืด เพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกันนัก ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์ ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะดี แต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผลร้าย

 

 

กรกฎาคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้เป็นคนปากร้ายใจดี คือยามตำหนิติเตียนใคร ก็ทำด้วยใจหวังดี แต่คนอื่นจะไม่ชอบ สำหรับการพูดจา โดยทั่วไปแล้วพูดไพเราะ มักถูกคนเอาเปรียบได้ จึงไม่ควรวุ่นวายกับใครมากนัก ต้องเลือกคบคนที่จริงใจมากๆต่อตนเอง เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ มักมีวัยที่แก่กว่า หรืออ่อนกว่า รูปร่างสูง แต่ก็มีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอ เพราะไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน หากแก้จุดนี้ได้ จะเป็นคู่ชีวิตที่อบอุ่น และรุ่งเรืองได้ดีที่สุด คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวย ถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชาย จะมีเรื่องยุ่งยากใจ

 

 

สิงหาคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีคนรักใครชื่นชม เป็นผู้นำที่ดีได้ และก็ชอบสร้างเกียรติ สร้างชื่อ ให้คนยอมรับมากกว่า จะคิดแต่เรื่องร่ำรวย เป็นคนอารมณ์ละเมียด เก่งเชิงศิลปะ จิตใจโอบอ้อม อารีต่อคนรอบข้าง เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ อาจเป็นคนต่างชาติ หรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึง เชื่อมั่น ในตัวเองสูง ถ้าอารมณ์เสีย จะปากร้าย แต่ก็ขยันหมั่นเพียร หวังก้าวหน้า ก้าวไกลร่วมกับ คนเดือนนี้ คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า ลูกคนแรกจะดีมากถ้าเป็นชาย

 

 

กันยายน

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มีเสน่ห์มัดใจคนด้วยคำพูด เป็นผู้มีรสนิยมดี ช่างคิดช่างไตร่ตรอง จิตใจอ่อนโยนต่อคนทั่วไป แต่ก็มีศัตรู คนเดือนเก้าสุขุม ในเรื่องงาน แต่เรื่องอารมณ์แล้ว ไม่ค่อยมีเหตุผล เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะได้พบแบบไม่ทันตั้งใจ เป็นคนมีผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ย ใบหน้าสั้น อารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้าง คนเกิดเดือนนี้อาจจะต้องแตกแยก กับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชาย ถือว่าเป็นมงคล

 

 

ตุลาคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีความสามารถ สร้างฐานะตัวเองได้ แต่ไม่ค่อยได้สูงดั่งหวัง เพราะไม่ทำอย่างเดียวให้ดีที่สุด ส่วนใหญ่เป็นคนชอบอยู่ท่ามกลางหมู่ผู้คน พูดจาเก่ง มัดใจคนได้ง่าย แม้จะไม่จริงใจนัก ค่อนข้างเจ้าชู้ ชอบโปรยเสน่ห์ เนื้อคู่ของคนเดือนนี้เป็นคนสูงเพรียว ริมฝีปากเล็กบาง ถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุด แต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นาน และเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกัน คนเกิดเดือนนี้ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้น ลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิง ก็ถือว่าดีทั้งนั้น

 

 

พฤศจิกายน

            ผู้ที่กิดเดือนนี้ชอบที่จะหยิบจับทุกสิ่ง เพื่อสร้างฐานะของตัวเอง ไม่คิดหวังพึ่งใครมากนัก เป็นคนชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ จิตใจดี แต่ถ้าโกรธ หรือมีเรื่องกับใครก็จะ คิดอาฆาตไม่เลิกง่ายๆ ชะตาชีวิตจะได้ดี เพราะลำแข้งตนเอง เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดี ทั้งยามสุข และยามทุกข์ แม้ขัดใจกันบ้างแต่ก็ไม่ทอดทิ้งกัน คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่เป็น คู่รักคู่กรรม ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอก

 

 

ธันวาคม

            ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักเป็นคนที่ชอบคิดวางอนาคตไว้ก่อน เป็นคนใฝ่ดี พยายามหาความรู้ใส่ตัวจนรอบรู้ลึกซึ้ง เมื่อรู้ว่าตัวเองฟุ่มเฟือย ก็ควบคุมตัวเองได้ กระเป๋าจึงแตกบ้าง เต็มบ้าง มักต้องย้ายถิ่น ถึงจะก้าวหน้าขึ้น เป็นคนมีเพื่อนหลายรูปแบบ นิยมเก็บสะสม หรือแสวงหาสิ่งที่ตัวเองโปรดปราน ชอบมีโลกส่วนตัวของตัวเอง จะได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่ เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะ และนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณละเอียด ผ่องใส คนเกิดเดือนนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนัก ถ้าเป็นชาย

คำถามทายใจ

 

คำถามข้อที่ 1 ถามว่าคุณสามารถช่วยชีวิตสัตว์ได้หนึ่งชนิด หากโลกจะแตกคุณจะเลือกช่วยอะไร?

1. กระต่าย          2. แกะ               3. กวาง              4. ม้า

 

 

คำถามข้อที่ 2 ถามว่าหากคุณได้เดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมเผ่าพื้นเมืองแห่งหนึ่งในแอฟริกาขากลับเขาจะให้สัตว์อย่างหนึ่ง เพื่อเป็นที่ระลึก คุณจะเลือกตัวอะไร?

1. ลิง                 2. สิงโต             3. งู                   4. ยีราฟ

 

 

คำถามข้อที่ 3 ถามว่าถ้าคุณได้ทำผิดแล้วถูกพระเจ้าลงโทษสาบให้เป็นสัตว์คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร?

1. สุนัข              2. แมว               3. ม้า                 4. งู

 

 

คำถามข้อที่ 4 ถามว่าถ้าคุณมีอำนาจคุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดหายสาบสูญไปจากโลกตลอดกาล?

1. สิงโต             2. งู                   3. จระเข้             4. ฉลาม

 

 

คำถามข้อที่ 5 ถามว่าคุณอยากจะให้สัตว์ชนิดใดพูดภาษาคนได้มากที่สุด?

1. แกะ               2. ม้า                 3. กระต่าย          4. นก

 

 

คำถามข้อที่ 6 ถามว่าหากต้องติดอยู่บนเกาะร้างกลางมหาสมุทร คุณอยากจะให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อน?

1. มนุษย์            2. หมู                3. วัว                 4. นก

 

 

คำถามข้อที่ 7 ถามว่าถ้ามีเวทมนต์คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยง?

1. ไดโนเสาร์       2. เสือขาว          3. หมีขั้วโลก       4. เสือดาว

 

 

คำถามข้อที่ 8 ถามว่าคุณจะเลือกเป็นตัวอะไรถ้าหากสามารถแปลงเป็นสัตว์ได้ 5 นาที?

1. สิงโต             2. แมว               3. ม้า                 4. นกพิราบ

 

 

 

 

 

 

…¤¸¸.·´¯`·.¸·.>>–»  มาดูเฉลยกัน  «—<<·.¸¸.·´¯`·.¸¸.¤…

 

 

 

คำถามข้อที่ 1 คุณสามารถช่วยชีวิตสัตว์ได้หนึ่งชนิดหากโลกจะแตกคุณจะเลือกช่วยอะไร?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คนที่มีบุคลิกแบบใดที่ดึงดูดใจคุณมากที่สุด

 

1. กระต่าย เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนที่รักสันโดษ มองภายนอกเป็นคนสงบนิ่ง ซึ่งต่างจากภายในที่ร้อนเหมือนไฟ

2. แกะ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนที่ดูอบอุ่นและเชื่อฟังคุณ

3. กวาง เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนบุคลิกดี สง่างามและดูภูมิฐานป็น

4. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบคนที่รักอิสระเสรี ไม่ชอบทำอะไรตามกฏเกณฑ์และ เป็นตัวของตัวเอง

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 2 หากคุณได้เดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมเผ่าพื้นเมืองแห่งหนึ่งในแอฟริกาขากลับเขาจะให้สัตว์อย่างหนึ่งเพื่อเป็น ที่ระลึก คุณจะเลือกตัวอะไร?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ การจีบแบบใดที่โดนใจคุณมากที่สุด

 

1. ลิง เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบสร้างสรรค์
มีอะไรแปลกใหม่มาให้คุณ ประหลาดใจอยู่เสมอเพราะนั่นจะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อ

2. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบตรงไปตรงมา หากรักก็บอกว่ารักกัน ไปเลย

3. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบที่ดูโลเลไม่แน่นอน บางครั้งเขาทำ เหมือน รักคุณมากมาย แต่บางครั้งก็แกล้งทำเหมือนไม่ใส่ใจคุณเลย เพราะนั่นจะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายตลอดเวลา

4. ยีราฟเหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณชอบการจีบแบบที่แสดงถึงความอดทน จริงใจและ พร้อมที่จะให้อภัยคุณได้ทุกอย่าง

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 3 ถ้าคุณได้ทำผิดแล้วถูกพระเจ้าลงโทษสาบให้เป็นสัตว์คุณจะเลือกเป็นตัวอะไร?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ สิ่งใดที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจในตัวเขา

1. สุนัข เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคงและจริงใจที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

2. แมว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความโก้เก๋ ความมีรสนิยมในตัวเขา

3. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ การมองโลกในแง่ดีของเขา

4. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความเป็นคนง่ายๆ สบายๆและไม่เรื่องมากของเขา

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 4 ถ้าคุณมีอำนาจ คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดหายสาบสูญไปจากโลกตลอดกาล?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ สิ่งใดที่คุณทนไม่ได้เลยหากคนรักของคุณทำนิสัย แบบนี้

1. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ การถือตัว ยิ่งยโสและชอบดูถูกคนของเขา

2. งู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา

3. จระเข้ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ ความก้าวร้าว หยาบกระด้างของเขา

4. ฉลาม เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ อาการขี้ตกกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเองของเ ขา

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 5 คุณอยากจะให้สัตว์ชนิดใดพูดภาษาคนได้มากที่สุด?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณอยากให้ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักดำเนินไปแบบไหน

1. แกะ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ สามารถเข้าอกเข้าใจกันได้ และสื่อสารกันด้วยสายตาโดยจำเป็นต้องพูดออกมา และดำเนินความสัมพันธ์ไปเหมือนที่ คนรุ่นพ่อแม่เคยปฏิบัติ

2. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ สามารถเปิดอกพูดคุยกันได้ทุกเรื่องโดยไม่มีความลับต่อกัน

3. กระต่ายเหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ มีสัมพันธภาพที่อบอุ่นและรักกันหวานชื่นตลอดเวลา

4. นก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ มีความสัมพันธ์ที่มั่นคงยาวนานเพราะคุณมองไปถึงการสร้างอนาคตร่วมกันด้วย

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 6 หากต้องติดอยู่บนเกาะร้างกลางมหาสมุทร คุณอยากจะให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อน?
-ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณมีแนวโน้มแค่ไหน เรื่อง
การนอกใจ

1. มนุษย์ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณเป็นคนแคร์สังคมและศีลธรรม คุณจะไม่คิดนอกใจ หลังจากแต่งงานแล้วเด็ดขาด

2. หมู เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณทนต่อการยั่วยุไม่ค่อยได้ดังนั้นมีแนวโน้มที่คุณจะคิดนอกใจ

3. วัว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณมีความอดทนอดกลั้นดีเยี่ยม คุณพยายามที่จะไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

4. นก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณไม่มีความอดทน ดังนั้นมีโอกาสที่จะกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหากมีแรงยั่วยุ

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 7 ถ้ามีเวทมนต์คุณอยากจะเสกให้สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยง?
– ความหมายแฝงเป็นนัยๆของคำถามข้อนี้คือคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่อง การแต่งงาน

1. ไดโนเสาร์ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณเป็นคนมองโลกแง่ร้ายไม่อยากแต่งงาน

2.เสือขาว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณคิดว่าการแต่งงานเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าได้แต่งงานคุณจะประคับประคองชีวิตคู่ให้คงไว้ตลอดไป

3. หมีขั้วโลก เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณกลัวการแต่งงานเพราะคิดว่ามันอาจทำให้คุณหมดอิสระ

4. เสือดาว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณอยากแต่งงานทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตคู่เลย

 

 

 

 

คำถามข้อที่ 8 คุณจะเลือกเป็นตัวอะไรถ้าหากสามารถแปลงเป็นสัตว์ได้ 5 นาที?
– ความหมายแฝงเป็นนัยๆ ของคำถามข้อนี้คือ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ ความรัก

1. สิงโต เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณมักจะเหนื่อยเสมอในเรื่องของความรัก เพราะคุณยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่รักแต่ก็ใช่ว่าคุณจะตกหลุมรักใครง่ายๆ

2. แมว เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณรักตัวเองมากกว่า และคุณก็คิดว่าความรักเป็นแค่อารมณ์อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น เป็นครั้งคราวเท่านั้น

3. ม้า เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือคุณไม่ต้องการจะทุ่มเทอะไรมากมายเพื่อความรัก แต่สิ่งที่คุณทำไปทุกอย่างก็เพราะไม่อยากจะอยู่คนเดียว เพียงลำพังในโลกใบนี้เท่านั้น

4. นกพิราบ เหตุผลทางจิตวิทยาของคำตอบข้อนี้คือ คุณคิดว่าความรักนั้น คือการเปิดใจยอมรับที่จะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน

 

3 ประโยชน์จากชาเขียว

 

 

 

ชาเขียวกลายมาเป็นกลายมาเป็นส่วนผสมยอดฮิตในอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่เป็นเพียงกระแสแฟชั่น

 

แต่ชาเขียวมีคุณประโยชน์ต่อเราจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของความงาม และนี่คือคุณประโยชน์ 3 อย่าง ที่คุณสามารถเก็บเกี่ยวมาใช้ได้ด้วยตัวเอง

 

 

1. ใบชาเขียว มักจะมีน้ำมันหอมระเหย ที่ช่วยคืนความสดชื่นให้ผิวได้ ดังนั้นก็นำใบชาเขียว 3 ช้อนโต๊ะ (ช้อนกินข้าว) มาขยำ แล้วใส่ลงในชามที่ใส่น้ำในอุณหภูมิปกติ โดยแช่ทิ้งไว้ 1 2 ชั่วโมง จากนั้นกรองใบชาออก ใส่น้ำที่แช่ใบชาเขียวลงในขวดสเปรย์สะอาดๆ แล้วแช่ขวดสเปรย์นั้นไว้ในตู้เย็น เพื่อใช้ฉีดพรมใบหน้า ซึ่งจะทำให้คุณสดชื่นขึ้น

 

 

2. ถุงชาเขียว ถ้าผิวของคุณเกิดอาการระคายเคือง หรือมีผื่นแดง ก็ใช้ถุงชาที่เย็นแล้วประคบลงบนผิวที่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยให้รอยแดงๆดูจางลงได้ หรือจะใช้ประคบดวงตา เพื่อลดอาการบวมก็ยังได้

 

 

3. ผงชาเขียว ที่หาซื้อได้ตามขายอาหารเพื่อสุขภาพ เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นส่วนผสมในครีมพอกหน้าสูตรทำเอง เพราะจะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างดี

 

วิธีการคือ บดกล้วยหอมครึ่งลูกให้เละ แล้วเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ และผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ 10 15 นาที แล้วล้างน้ำออก

 

 

 

เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงไม่ดื่มชาเขียวแช่เย็น

 

 

 

เรื่องจริงที่คนไทยไม่รู้……………..

 

ชาเขียว เป็นชาที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันมานานกว่า 100 ปี ในขณะที่คนไทยเพิ่งรู้จัก
กันไม่เกิน 10 ปีมานี้เอง คนญี่ปุ่นนิยมดื่มชาเขียวร้อนร้อนกัน เพราะได้พิสูจน์
แล้วว่าชาเขียวร้อนมีคุณสมบัติลดอนุมูลอิสระที่เป็นพิษในร่างกายคนเรา ให้ขับออก
มาทางอุจจาระ และขับไขมันส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะและอุจจาระ

 

ชาเขียวชึ่งทำให้ร่างกายสามารถขับพิษและลดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของชาเขียวร้อน ที่คนญี่ปุ่นนิยมดื่มกันตั้งแต่เด็กจนแก่

แต่…. คนไทย นิยมดื่มชาเขียวแช่เย็น ซึ่งคนไทยส่วนมากไม่เคยรู้จักคุณสมบัติที่แท้จริง
ของชาเขียวเลย ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกขบขันในใจ แถมหัวเราะเยาะในใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คนไทยจะมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าคนญี่ปุ่น เพราะอะไรงั้นหรือ…เพราะว่าชาเขียวที่มีคุณอนันต์นั้น ย่อมมีโทษมหันต์เช่นกัน เพราะชาเขียว จะมีประโยชน์ต่อร่างกายในขณะที่ร้อนอยู่เท่านั้น ในทางกลับกันหากดื่มชาเขียวตอนที่เย็นแล้วกลับทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย กล่าวคือ การดื่มชาเขียวแช่เย็น นอกจากไม่ช่วยในการลดอนุมูลอิสระสารพิษออกจากร่างกายได้แล้ว ยังก่อให้เกิดการเกาะตัวแน่นของสารพิษดังกล่าวอันเป็นสาเหตุของมะเร็ง นอกจากนี้ ชาเขียวเย็นยังส่งผลให้ไขมันในร่างกายก่อตัวมากขึ้นตามผนังหลอดเลือด และอุดตันตามผนังลำไส้ ทำให้เกิดโรคร้าย
ตามมา อาทิเช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ เส้นเลือดตีบ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น เรายังมีการทดสอบให้เห็นอย่างง่าย ๆและชัดเจนเกี่ยวกับอันตรายที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้ ให้ท่านเห็นได้ด้วยตนเอง โดยการนำชาเขียวแช่เย็น ยิ่งเย็นยิ่งเห็นชัด นำมาเทลงในชามก๊วยเตี๋ยว จะพบว่าหลังจากเทชาเขียวแช่เย็นลงไปได้ครู่เดียว จะมีคราบไขมันลอยเห็นเป็นคราบบนน้ำซุป หรือเกาะเป็นคราบที่ชามก๊วยเตี๊ยวทันที แล้วร่างกายท่านล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อดื่มชาเขียวแช่เย็นเข้าไป………..สยองไหม

 

ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงไม่ดื่มชาเขียวแช่เย็นอย่างเด็ดขาด แต่จะดื่มชาเขียวร้อนอย่างชาญฉลาด ในขณะที่คนไทยที่คิดว่าตนเองฉลาดกลับดื่มชาเขียวแช่เย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย แบบฉล๊าด ฉลาด…..

 

 

 

ชาเขียวช่วยลดภาวะซึมเศร้า

 

 

ผลการศึกษาของคณะนักวิจัยชาวญี่ปุ่นพบว่า ผู้สูงอายุที่ดื่มชาเขียววันละหลายแก้ว มีแนวโน้มเกิดภาวะหดหู่ ซึมเศร้าน้อยลง อาจเป็นเพราะชาเขียวช่วยให้อารมณ์ดี

 

ผลการศึกษาของ ดร.ไคจุน นิอุ แห่งมหาวิทยาลัยโทโฮกุ และคณะ ที่ตีพิมพ์ในวารสารอเมริกัน เจอร์นัล ออฟ คลินิคัล นูทริชั่น ฉบับเดือน ธ.ค. พบว่า ผู้สูงอายุชายและหญิงอายุ 70 ปี หรือผู้อายุมากกว่านั้น ที่ดื่มชาเขียววันละ 4 แก้ว หรือมากกว่า มีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าน้อยลงร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ดื่มชาเขียวในปริมาณน้อยกว่านั้น

 

จากการศึกษา ผู้สูงอายุทั้งชาย และหญิงสุขภาพดี 1,058 คน พบว่า ประมาณร้อย 34 ของผู้สูงอายุชาย และร้อยละ 39 ของผู้สูงอายุหญิง มีอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ พบว่า ผู้ร่วมการศึกษา 488 คนบอกว่าดื่มชาเขียววันละ 4 แก้ว หรือมากกว่า และอีก 284 คนดื่มชาเขียววันละ 2-3 แก้ว ส่วนที่เหลือดื่มชาเขียววันละ 1 แก้วหรือน้อยกว่านั้น คณะวิจัยระบุว่า สรรพคุณของการดื่มชาเขียวในการบรรเทาภาวะซึมเศร้าไม่ได้ลดลงแม้จะใส่ปัจจัย ด้านสังคม เศรษฐกิจ เพศ อาหาร ประวัติปัญหาสุขภาพ และยาต้านอาการซึมเศร้าเข้าไปในการศึกษา ในทางตรงข้ามไม่พบความสัมพันธ์กันระหว่างการดื่มชาดำ ชาอู่หลง หรือกาแฟในการลดภาวะซึมเศร้า

 

ชาเขียวมีส่วนประกอบของ กรดอะมีโนธีอะนีน ซึ่งเป็นสารช่วยให้สมองผ่อนคลาย จึงอาจช่วยอธิบายผลด้านบวกที่ปรากฏในการศึกษาชิ้นนี้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาหลายชิ้นที่ระบุว่า การดื่มชาเขียวสัมพันธ์กับการช่วยผ่อนคลายปัญหาด้านจิตใจ อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าการดื่มชาเขียวในปริมาณที่ มากขึ้นช่วยต้านภาวะซึมเศร้าได้จริง

 

 

เติมชีวิต…ด้วยรัก

 

 

หลายครั้งหลายหนที่เราเจ็บปวดเพราะรัก…เพราะรักเป็นทุกข์นั้นหรือ…

 

          หากมองให้ดี ๆ รักอาจจะไม่เป็นตัวกำหนดทุกข์นั้นได้.. แต่เป็นการคาดหวังจากฝ่ายหนึ่งมากกว่า…ลองย้อนถามตัวเองซิว่า ทุก ๆ ครั้งที่เราร้องไห้ เราผิดหวัง เป็นเพราะเรารักเขาหรือเป็นเพราะว่า เขาไม่รักเรามากอย่างที่เราต้องการกันแน่”

 

          ความรักไม่เคยทำร้ายใคร… แต่เป็นความคาดหวังจากความรักนั้นมากเกินไป…  ความรักที่เราคาดหวังมากจะย้อนกลับมาทำร้ายเราทุกครั้งที่เราคาดหวังสูงเกินไป…

 

          ไม่มีใครในโลกที่สามารถเป็นอย่างเจ้าชาย…เจ้าหญิงในฝันของเราได้… การเรียกร้องจากอีกฝ่ายรังแต่จะทำให้เจ็บปวดกันทั้งคู่… เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้หรือหมดกำลังใจ…จากการร้องหาความรักจากผู้อื่น…

 

ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง… แล้วลองสร้างความรักให้เกิดขึ้นภายในของตัวเองดูบ้าง…

 

          ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายได้รับอยู่ตลอดเวลา … ความรักภายในตัวของตัวเอง…ไม่ต้องใช้เงินใช้ทองซื้อมา… หากแต่ก่อขึ้นมาง่าย ๆ …และมีล้นเหลือมากพอที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่น… โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังจะได้สิ่งตอบแทนมา…

 

          เมื่อใดที่รักใครสักคน…ลองให้ความรักแก่เขาเท่าที่เราจะทำได้… โดยไม่ต้องคาดหวังถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ไม่จำเป็นเลยที่เรียกร้องให้เขารักเราตราบเท่าเทียมที่เรารักเขา… เพียงแค่แบ่งปันรักในใจเท่านั้น… เราก็จะสัมผัสจากคำว่าความสุขจากความรัก…จากการให้อย่างแท้จริง

 

          นอกจากนี้เราจะสามารถควบคุมความสุขของตัวเองให้อยู่ในมือของตัวเองได้… ไม่จำเป็นต้องให้ความสุขของเราอยู่ในมือของคนอื่นที่แล้ว ๆ มา… เพราะเขาเองเป็นบ่อเกิดของความรัก…    เป็นคนให้มิได้เป็นฝ่ายรับ.. และยิ่งให้มากเท่าไร…เราก็ยิ่งได้ความรักกลับคืนมากเท่านั้น…

 

          เมื่อเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้รักกับใครก็ตาม…อีกฝ่ายก็จะรู้สึกสบายใจที่จะให้รักแก่เรา… โดยไม่ต้องคำนึงว่าเราต้องการอะไรตอบแทนจากเขากันแน่…

 

          แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด…คือ… ความรักและการให้เป็นบ่อเกิดของความสุขได้ด้วยตัวของมันเอง … ไม่จำเป็นต้องใช้ใครก็ตามเป็นคนสร้างความสุขให้เราอีกแล้ว… เพราะทั้งความรักและความสุขทั้งหมด…มันอยู่ที่เรานั่นเอง…

 

ชมคลิปแสนเพลิน ไม่มีกระตุก

 

ทิปนี้สำหรับคนที่ชอบชมคลิปวิดีโอใน YouTube เวลาดูคลิปวิดีโอแล้วชอบกระตุกจนทำให้เสียอารมณ์ ทางแก้ง่ายๆ ด้วยการใช้โปรแกรมช่วยเร่งความเร็วให้ชมวิดีโอได้ไหลลื่นที่ชื่อ SpeedBit VideoAccelerator สามารถโหลดได้ที่ www.videoaccelerator.com เป็นฟรีแวร์ ติดตั้งเข้าไปปุ๊บก็ใช้งานได้เลย

รักนี้ไม่มีวัน…หมดโปรโมชั่น

 

คุณสาวๆหลายคนคงเคยตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า ทำไมความรักของผู้ชายถึงได้หมดโปรโมชั่นกันง่ายดายนัก” จากที่เมื่อก่อนตอนรักกันใหม่ ๆ เคยเช้าถึง เย็นถึงตามรับตามส่ง  อยู่ด้วยกันก็เอาอกเอาใจสารพัด ชนิดที่ป้อนข้าวป้อนน้ำกันถึงปาก เอาใจกันดุจดังเจ้าหญิงน้อย ๆ ไฉนเลยพอวันเวลาผ่านไปความเอาใจใส่จากชายหนุ่ม เริ่มจะลดน้อยถอยลง เลิกงานดึกดื่นก็ปล่อยให้ต้องกลับบ้านคนเดียว โดยที่เจ้าตัวกลับบอกหน้าตาเฉยว่าติดปาร์ตี้อยู่กับเพื่อน จากที่เคยจูงมือพะเน้าพะนอก็กลายเป็นเดินนำลิ่ว แล้วยังหันกลับมาบ่นอีกว่าทำไมคุณถึงได้เดินช้าจัง แถมยังมีอาการห่างเหินหมางเมินกันอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ความรักของคุณหมดโปรโมชั่นแล้วหรือ?

 

อาการเปลี่ยนไปของชายหนุ่มเป็นสิ่งที่คุณสาว ๆ ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือหากคนรักของคุณเปลี่ยนไปจริง ๆ คุณคงภาวนาขอให้เกิดขึ้นช้าที่สุดและน้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่กระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไปนัก หรือยังพอรับได้อยู่ ฉะนั้น ก่อนที่คุณจะมาตั้งคำถามว่า ความรักของคุณหมดโปรโมชั่นแล้วหรือ ทำไมคุณไม่ลองหาทางป้องกันด้วยการลองหันกลับมาถามตัวเองสักนิดดีกว่าว่า … ทำอย่างไรความรักของคุณถึงจะไม่หมดโปรโมชั่น…

 

 

อย่าเรียกร้องอะไรจากเขามากนัก

 

คุณเคยลองสังเกตตัวเองหรือเปล่าว่าเวลาที่คุณคบกับเขานาน ๆ เข้า คุณมักจะเรียกร้องอะไรจากเขามาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น คุณอาจรู้สึกว่าคุณคบกับแฟนของคุณมาตั้งนานแล้ว ทำไมเขาถึงยังไม่พูดถึงเรื่องอนาคตของเราเสียที หรือว่าเรียกร้องไห้เขาไปไหนมาไหนกับคุณทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น การไปเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้าไปงานเลี้ยงของคุณกับเพื่อนสมัยมัธยม หรือแม้แต่การที่ต้องไปทำงานและกลับบ้านด้วยกันทุกวัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาอาจจะทำตัวปกติอยู่แล้วเหมือนตั้งแต่ตอนเริ่มคบกันใหม่ ๆ บางทีความสัมพันธ์ที่มากขึ้นของคุณกับเขา กลับกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ที่คุณแสดงออกต่อเขาเพิ่มมากขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็เป็นได้

 

 

อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว

 

จำเดทแรกของคุณได้หรือเปล่าว่าคุณแต่งตัวอย่างไร ไปเจอชายหนุ่มของคุณ ภาพของสาวสวยที่เป็นที่จับตามองของหนุ่ม ๆ รอบโต๊ะในดินเนอร์แรกคงสร้างความภูมิใจให้เขา ว่าเขาได้ควงกับผู้หญิงที่สวยที่สุด (ในเวลานั้น) ภาพความทรงจำเหล่านั้นคงกลายเป็นแค่อดีต หลังจากที่คุณคบกับเขาได้ไม่นาน ใบหน้าที่เคยสวยใสก็เริ่มกลายเป็นมันเยิ้ม เส้นผมที่เคยได้รับการดูแลและจัดแต่งทรงอย่างประณีต กลับกลายเป็นผมชี้ฟูกระเชอะกระเชิง ภาพของหญิงสาวที่เคยแต่งตัวด้วยกระโปรงชุดอย่างพิถีพิถัน ก็กลายเป็นเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ทุกวัน ๆ คุณอาจจะเถียงว่านี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของคุณ แต่อย่าลืมว่าชายหนุ่มของคุณเคยเห็นคุณในภาพที่สวย ๆ งาม ๆ เป็นใครก็คงอยากให้แฟนตัวเองดูดีอยู่เสมอ…จริงไหมล่ะ

 

 

บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

 

ต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องกาลเวลาก็เป็นตัวแปร สำคัญที่ทำให้อะไร ๆ ต้องเปลี่ยนไป คุณอาจจะเคยคุยโทรศัพท์กับเขา เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน บางครั้งก็อาจจะคุยกันหลาย ๆ ชั่วโมง หรือคุยกับจนถึงเช้า แต่พอวันเวลาผ่านไป การได้ทำความรู้จักกันผ่านการพูดคุยย่อมลดลงเป็นธรรมดา ยิ่งเรารู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น เราก็ยิ่งไม่เหลือเรื่องอะไรให้คุยกันมากมายเหมือนเมื่อก่อน

 

ไอ้ที่จะมาคุยกันเป็นชั่วโมงคงไม่มีอีกแล้ว คงเหลือแค่เพียงการโทรหา เพื่อแสดงความเป็นห่วงเป็นใยหรือถามไถ่เรื่องราวชีวิตประจำวันก็เท่านั้น หรือเรื่องของ “เวลา” ที่เขาเคยมีให้คุณตลอด พอคบกันไปสักระยะหนึ่งเขาอาจจะมีตำแหน่งที่สูงขึ้น ต้องมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น อาจทำให้เวลาที่เขามีให้คุณต้องลดน้อยลง คุณก็ต้องเข้าใจเขาด้วย เพราะนั่นก็หมายถึงอนาคตของคุณทั้งสองคนจะได้มั่นคงมากขึ้นตามไปด้วย

 

 

รักเขาอย่างที่เขาเป็น

 

บางทีความรักในช่วงเริ่มต้นของคุณอาจทำให้คุณมองข้ามตัวตน ในแบบที่เขาเป็น คุณมักจะมองแต่เรื่องที่ดี ๆ มองแต่สิ่งที่คุณพอใจจะมอง โดยลืมที่จะมองในด้านแย่ ๆ ของเขา อย่าลืมว่าไม่มีใครที่จะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่างได้หรอก อย่างเช่น การแต่งตัวของชายหนุ่มของคุณ บางครั้งคุณอาจคิดว่าตอนนี้เขาชอบใส่กางเกงยีนส์ตัวโตกับเสื้อตัวโคร่ง แต่ต่อไปคุณจะจับเขาแต่งเนื้อแต่งตัวเสียใหม่ ให้เป็นหนุ่มขาเดฟเสื้อลายดอกเหมือนหนุ่มเกาหลีตามแบบที่คุณชอบได้ อย่าฝันไปหน่อยเลย เขาไม่มีวันแต่งตัวตามแบบที่คุณต้องการได้หรอก หรือคุณอาจเคยมองข้ามเรื่องที่เขาเป็นคนพูดจาโผงผาง รู้สึกดีที่เขาพูดกับเราแบบตรงไปตรงมา แต่ถึงเวลาที่เขาต้องเข้ากับญาติผู้ใหญ่ของเรา เรื่องเพียงเท่านี้อาจทำให้เขาเข้าหน้าญาติผู้ใหญ่ของคุณไม่ติดก็ได้

 

ความรักไม่ใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่จะมีโปรโมชั่นให้เลือกมากมายและมีวันหมดอายุ แต่ความรักควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนความพอดีระหว่างคนสองคน คนสองคนที่มีนิสัยที่พอดีกัน มีสถานะทางสังคมพอดีกัน มีพื้นฐานครอบครัวที่พอดีกัน และที่สำคัญทั้งสองคนต้องมีความรักที่พอดีกัน ไม่ควรปล่อยให้ใครต้องรักใครมากกว่า ไม่ควรปล่อยให้ใครต้องเป็นผู้ให้มากกว่าที่ได้รับ หากเกิดความพอดีขึ้นระหว่างคุณทั้งคู่แล้วเชื่อได้เลยว่าโปรโมชั่นความรักของคุณจะไม่มีวันหมดอายุอย่างแน่นอน

 

 

ประโยชน์ของ แตงกวา

 

 

แตงกวา เป็นผักที่กินง่าย แม้แต่คนที่ไม่กินผักก็ยังไม่ปฏิเสธแตงกวา นั่นเพราะแตงกวากินอร่อย ให้รสเย็นๆ เพราะแตงกวามีน้ำอยู่ถึงร้อยละ 95 จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการขาดน้ำ หากกินแตงกวาเป็นประจำ ผิวของคุณจะเปล่งปลั่งไม่แห้งเสีย ร่างกายสูบฉีดโลหิต และรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายได้ดี อีกทั้งน้ำที่มากจึงทำให้ระบบปัสสาวะของเราปกติด้วย

 

แตงกวา เป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำมากๆ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือสาวๆที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอย่างมาก

 

ปัจจุบันมีการนำแตงกวามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงามหลายชนิด นั่นเพราะเจ้าความชุ่มชื่นของแตงกวานั่นเอง

 
ยิ้ม ยิ้ม… ยิ้ม
 
 
ภูมิศาสตร์ กับ อินเตอร์เน็ต
 
 

 

 

ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใจกลางเมือง คุณครูประจำชั้นถามนักเรียนเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์

 

ครู                : ใครรู้บ้างว่า เมืองหลวงของญี่ปุ่นมีชื่อว่าอะไร?

นักเรียน 1       : โตเกียว ครับคุณครู

 

ครู                : เก่งมาก แล้วใครรู้บ้างว่า เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกามีชื่อว่าอะไร

นักเรียน 2       : วอชิงตัน ดี.ซี. ครับ

 

ครู                : เก่งมาก แล้วรู้ไหมว่า คำว่า ดี.ซี. ย่อมาจากอะไร?

นักเรียน 3       : ดอทคอม ครับคุณครู

 

 
 

กฎ 10 ข้อของคนรักกัน

 

 

กฎทองข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้า…. เขาร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)
We will not simultaneously get angry. Be cool as water whenever another one being fire.

 

 

กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
We will not shout into each others faces beside our house is accidentally on fire.

 

 

กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวานๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ)
Nobody loves to be criticized. When talking of what you dislike or need his/ her improvement, use soft & sweet words.

 

 

กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า
We will not revive any bad old practices, but only our romances

 

 

กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
Make him/ her know how much she/ he means to you.

 

 

กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน
Promise me that we will not peevish over-night. Talk face to face not back – chat.

 

 

กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม
Tell him or her more about anything in your life to tie you up together.

 

 

กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
Don”t be shy to show him/her your apology. When you have something mistaken.

 

 

กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย
Don”t misunderstand that being together always is to show your heedfulness.

 

 

กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ
Lastly, realize him/ her that your love still exists and will be eternally last.

 

 

 

กฎข้อพิเศษสำหรับใครบางคน การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องที่วิเศษ อย่าให้เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาที ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมา… มันคุ้มกันแล้วเหรอ!! เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดีๆ อาจมีขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไม ปัญหาเกิดเพราะนึกถึงแต่ตัวเองคิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด …แล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณหรือเปล่า สุดท้ายก็มีแต่ความเสียใจ…..

 

คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดีๆ ต่อไป หรือเลือกที่จะทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ!!!

 

 

 

ความรักมีค่ามากเพียงใด

 

เราอาจจะรอคอยใครบางคนอยู่
ใคร…ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเราไปจากเดิม
เราอาจจะเดินไปเจอใครคนนั้นที่ปลายฟ้า
หรืออาจจะอยู่เพียงแค่ปลายสายตา

 

ไม่มีใครรู้ว่าปลายทางของความรักจะเป็นเช่นไร
ถ้าโชคดี เราอาจจะมีความรักดีๆ ที่ทำให้เรามีความสุข
แต่ถ้าโชคร้าย คนที่เคยสูญเสียความรักไปแล้วเท่านั้น
ถึงจะรู้ว่า เราอาจจะชดใช้สิ่งที่เราเคยทำพลาด
ด้วยความเจ็บปวด อย่างที่อาจจะไม่มีใครเข้าใจ

 

ในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

เราอาจจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่อาจหวนคืน

แต่วันนึงข้างหน้า

เราอาจจะขอบคุณความเจ็บปวดเหล่านั้น

เราจะขอบคุณวันที่ไม่มีใคร

และไม่ว่าคืนวันที่ผ่านไปจะเจ็บช้ำสักเพียงไหน

 

โอบกอดตัวเองบ้างในวันที่ไม่มีใคร

ปลอบใจตัวเองบ้างในวันที่ความรักเปลี่ยนไป

โชคชะตาอาจจะพาเราไปพบเจอใครต่อใคร

 

ในวันที่เรามองย้อนกลับมา

หัวใจจะบอกเราเสมอว่า

ความรัก… มีค่าเพียงใด

 From FW-mail